หลุดหลงดงย่านเก่าที่ภูเก็ต

หลุดหลงดงย่านเก่าที่ภูเก็ต

               ผมไปภูเก็ตหลายครั้ง แต่ยอมรับว่า ไม่เคยสักครั้งที่จะเข้าไปพักในตัวเมือง จนกระทั่งมีภารกิจที่ต้องได้ไปทำในตัวเมืองภูเก็ต นั่นแหละผมถึงได้เห็นว่า ภูเก็ตไม่ได้มีดีแค่ที่ทะเล
สิ่งที่ผมทึ่งจนต้องเอามาเขียนถึงคือตึกเก่า ที่ย้อนหลังไปไม่ต่ำกว่า 60 ปี(มีอาคารบางหลังสร้างแต่ครั้ง พ.ศ.2462) อาคารเหล่านี้เมื่อสมัยนั้น คงจะเป็นอาคารที่ทันสมัย ของบริษัทห้างร้านที่ทำมาค้าขายอยู่ในย่านธุรกิจของเมืองภูเก็ต ครั้นมาถึงยุคนี้ อาคารเหล่านี้กลายเป็นสิ่งที่ช่างคลาสสิคเสียนี่กระไร และที่น่าทึ่งคือ อาคารเหล่านี้ ยังคงมีการใช้งาน อยู่อาศัย ใช้เป็นอาคารของบริษัทห้างร้านอยู่จนทุกวันนี้ ใครไปหลวงพระบาง จะเห็นว่าตึกเก่าเขาถูกปรับเปลี่ยนกลายเป็นเกสเฮาท์ กลายเป็นโรงเบียร์ โรงเหล้าไว้รองรับนักท่องเที่ยว ภายใต้รูปทรงดั้งเดิมตามที่กฎเกณฑ์ของมรดกโลกกำหนด แต่สำหรับภูเก็ตไม่ใช่เช่นนั้น ตึกเหล่านี้เกิดขึ้นมาเพื่อทำการค้าขาย รวมกลุ่มกันกลายเป็นย่านค้าขายที่รุ่งเรืองเมื่อ 80 ปีก่อน มาในปัจจุบัน อาคารเหล่านี้ก็ยังคงถูกใช้งานเฉกเช่นเมื่อเริ่มสร้าง ย่านเก่าเหล่านี้ยังคงมีชีวิตเหมือนเมื่อ 80 ปีไม่ผิดเพี้ยน

                 อาคารเหล่านี้มาได้อย่างไร ถ้าผมจะบอกว่ามันโตมาพร้อมกันกับโฉมหน้าของเมืองค้าขายของเมืองภูเก็ตคงไม่ ผิด เพราะภูเก็ตนั้นมีเค้าว่าจะเป็นเมืองค้าขายตั้งแต่การเป็นเมืองท่าที่บรรดา เรือสินค้าที่จะล่องไปมาระหว่างจีน-อินเดีย นักเดินเรือค้าขายสมัยก่อนรู้จักเมืองภูเก็ตในนาม “จังซีลอน” ภูเก็ตจึงเป็นเมืองท่าเรือ ที่เรือสินค้ามักมาจอดแวะพักและค้าขาย คนจีนมีการอพยพเข้ามาตั้งรกรากตามเมืองท่าต่างๆ รวมทั้งภูเก็ตด้วย ครั้นมาสมัยล่าอาณานิคม หลายเมืองในย่านช่องแคบมะละกาตกเป็นเมืองขึ้นของโปรตุเกส ฮอลันดา อังกฤษ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันปกครอง สิ่งที่ตามมาก็คือสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่เจ้าอาณานิคมนำมาสร้างในอาณานิคม แล้วเกิดการผสมผสานกับศิลปะท้องถิ่น ในภูเก็ตเองเพราะติดต่อค้าขายกับปีนัง สิงคโปร์ รวมทั้งมีการเข้ามาปักหลักของคนจีนจากเมืองเหล่านั้นเข้ามาปักหลักในภูเก็ต ตามสมัยนิยมอาคารแบบยุโรปเข้ามาก็ทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมแบบ ตะวันตก กับสถาปัตยกรรมแบบจีนฮกเกี้ยน กลายเป็นรูปแบบที่เรียกว่า “ชิโน-โปรตุกีส” เฉกเช่นที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน และเมืองอื่นๆในภาคใต้หลายเมืองเช่น สงขลา ตรัง ตะกั่วป่า
คนจีนที่เข้ามาตั้งหลักแหล่ง ทำมาค้าขายในภูเก็ตจนร่ำรวย เป็นเจ้าสัว เป็นเจ้าของกิจการค้าใหญ่ๆ สิ่งที่หลงเหลือในปัจจุบันในรูปแบบของอาคารเก่า จึงมีทั้งที่เป็นคฤหาสน์ และที่เป็นทั้งตึกแถวที่ทำการค้าขาย

หงอคาขี่..ช่องทางเดินหน้าตึกแถว เสน่ห์ของย่านอาคารเก่า

                     มีถนนหลายสายในตัวเมืองภูเก็ตปัจจุบัน ที่มีอาคารร้านค้าที่เป็นตึกแถว และยังคงมีรูปแบบของอาคารในรูปแบบเหล่านี้อยู่ค่อนข้างสมบูรณ์ หลายย่าน หลายแหล่ง เช่น สองฝั่งของถนนภูเก็ต ถนนดีบุก ถนนสตูล ถนนพังงา ถนนถลาง ถนนกระบี่ ถนนเทพกษัตรี ถนนระนอง ถนนรัษฏา ถนนปฏิพัทธิ์ ทั้งหมดนี้ ถือเป็นย่านเมืองเก่าของภูเก็ตทั้งหมด ไม่ใช่ว่าผมหลงชาติ แต่ในสายตาคนเดินทาง ถ้าวัดกันแค่อาคารเก่าในรุ่นราวคราวเดียวกัน ผมว่า ที่ภูเก็ตกินขาดหลวงพระบาง ชนิดไม่เห็นฝุ่น แค่อาคารตึกแถว ที่ภูเก็ตแทบจะไม่มีอาคารสมัยใหม่แทรกในย่านเมืองเก่าเลย แล้วตึกแถวที่ภูเก็ต เป็นตึกแถวที่เรียงต่อกันเป็นแถว ไม่ใช่เดี๋ยวหาย เดี๋ยวโผล่แบบหลวงพระบาง ชาวภูเก็ตที่อยู่ในย่านเมืองเก่า ดูเหมือนเขาพร้อมใจกันปลุกชีวิตวิญญาณของเมืองนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะหลายแห่ง มีการปรับปรุงอาคาร ตึกแถวหลายแห่ง กำลังถูกบูรณะ ทาสีทาสันให้ดูใหม่ ในรูปแบบเดิมๆ และไม่ได้ทำไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาดูเท่านั้น อย่างที่ผมบอกไปว่าเขาอยู่อาศัยจริงๆ ที่นี่จึงไม่มีถนนคนเดิน ที่ปิดถนนขายของให้นักท่องเที่ยว เฉกเช่นเมืองท่องเที่ยวหลายแห่งลอกแบบกันไปทำ แต่ในย่านเมืองเก่าทั้งหมด คือย่านคนเดิน ที่นักท่องเที่ยวสามารถ มาเดินปนกันกับชาวภูเก็ตที่ดำเนินวิถีชีวิตปกติได้เลย ส่วนคฤหาสน์ต่างๆ ส่วนใหญ่จะเป็นของพ่อค้าคหบดีต้นตระกูลใหญ่ๆ หลายแห่งทายาทยังคงอยู่อาศัย จึงได้รับการดูแลอย่างดี สิ่งที่ผมต้องยกย่องคนภูเก็ตก็คืออัธยาศัยไมตรีของคนที่นั่น ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ยินดีให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปอาคาร แม้กระทั่งคฤหาสน์บางแห่งที่มีรั้วรอบขอบชิด ถ้าอดใจไม่ไหว ไปขอเจ้าของเขาถ่ายรูป เขายังยินดีเลย นี่คือความประทับใจ ที่ผมได้สัมผัส

               การเที่ยวชมเมืองเก่า ผมแนะว่าเดินดีกว่า เพราะอาคารและถนนต่างๆ ก็อยู่ติดๆกัน ถ้าขืนขับรถเราจะกังวลเรื่องที่จอดรถและพอเดินเพลินๆ ต้องย้อนกลับมาเอารถอีก และขอให้เดินจนเย็น จะเห็นว่าคนภูเก็ตย่านเมืองเก่า เขาพร้อมใจกันแต่งไฟตามอาคาร ซึ่งขอบอกว่าสวยจริงๆ ครับ เดินกันไม่เบื่อเลย จะติดอยู่นิดเดียวก็ตรงที่สายไฟระเกะระกะจนดูรกไปหน่อย เห็นมีที่ถนนถลางที่เดียวที่เอาสายไฟลงดินแล้วน่าเดินเที่ยว น่าถ่ายรูปตั้งเยอะ
วัฒนธรรมอีกอย่างที่ติดมากับชาวจีนฮกเกี้ยนคืออาหารจีน ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความอร่อย เช่น ยี่หูอั่งฉ่าย หมี่ฮุ่นปาฉ่าง โอเต๊า โอวเอ๋ว โลบะ ฯลฯ เดิมนั้นร้านอาหารเหล่านี้จะอยู่ตามซอกตามหลืบ ตามถนนต่างๆในภูเก็ต เดี๋ยวนี้ มีที่รวมกันที่ร้านลกเที้ยน ตรงสี่แยกที่ตัดกันระหว่างถนนดีบุกกับถนนเยาวราช เดินเที่ยวจนเมื่อยขา แล้วแวะชิมอาหารแบบภูเก็ตดั้งเดิม ดูอาคารเก่าเป็นอาหารตาอิ่มทั้งท้อง อิ่มทั้งใจ

            ในตัวเมืองแม้จะติดไฟตามอาคาร แต่สี่ทุ่ม ร้านรวงก็ปิดกันเงียบเพราะเขาต้องค้าขายกลางวันไม่ได้เปิดมาให้เป็นแหล่ง บันเทิงนักท่องเที่ยว แม้ค่าครองชีพจะแพง แต่ราคาที่พักในตัวเมืองก็เลือกได้ตามกำลังกระเป๋าเรา บางที อาจจะได้เจอโรงแรมเก่าครั้งสมัยเหมืองแร่รุ่งเรืองยังคงเปิดให้บริการจนถึง ปัจจุบัน
คุณผู้อ่านอาจจะไปเห็นบ้านอื่นเมืองอื่นที่มีอาคารเก่าแก่แบบนี้อยู่ใน ปัจจุบัน อาจจะไม่แปลกตาเท่าอาคารเก่าในประเทศทางยุโรปจริงๆ แต่ในเอเชียเรานี้ ผมว่าภูเก็ตอวดเขาได้สบาย  หลวงพระบางขายตึกเก่า และวัฒนธรรมท้องถิ่น จนขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกได้ ภูเก็ตด้อยกว่าตรงไหน ถ้าไม่เคยไปเห็นของจริง ไปดูเสียก่อนแล้วค่อยมาแลกเปลี่ยนกัน ใครจะว่าผมชาตินิยมผมก็ยอมเพราะผมยังยืนยันว่า
เมืองเก่าภูเก็ตนั้น …

.สวยงามจริงๆ…
……………………………………………………….
@คอลัมน์ประเทศไทยใจเดียว,เสาร์สวัสดี, นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ๔ มิ.ย.๕๔@

Translate »