๑๑ นาฬิกา มุ่งหน้าจีน # ตอน ๘ ไปดูสาวจีนอาบน้ำ(ต่อ)

๑๑ นาฬิกา มุ่งหน้าจีน( ซีอาน-จางแย่-ตุนหวง-อูรูมูฉี-ปู้เอ้อจิน)  # ตอน ๘    

๑๙ ก.ย.๕๙    ไปดูสาวจีนแก้ผ้าอาบน้ำ  (ต่อ)

การมาถึงหัวชิงฉีแต่เช้านี่มันก็ดีตรงที่ยังไม่ร้อน แต่ที่มันไม่ดีคือมันหิว เพราะมาเช้าจัด  ก็เลยต้องหาร้านอาหารสะสมพลังกันก่อน ปรากฏว่าร้านอาหารหน้าแหล่งท่องเที่ยวของจีน โดยเฉพาะที่หัวชิงฉีนี้ไม่ได้มากมายเลย นี่ถ้าเป็นบ้านเรา ผมว่าทั้งโจ๊กเอย ข้าวหมูแดง ไข่กระทะ สงสัยพร้อมขายแต่เช้า ร้านที่เราเข้าไปที่นี่ จึงเป็นร้านติ๋มซำ   แต่อย่าได้เอาภาพร้านติ๋มซำแถวตรังไปเป็นบรรทัดฐานเด็ดขาด  เอาเป็นว่า ร้านติ๋มซำที่จีน มีอะไรให้กินก็จงกินไปเถิด เอาให้แค่อิ่มๆท้องก็พอแล้ว

เวลาผมไปเที่ยวนอกบ้านผ่านเมือง ผมไม่ค่อยเสียเวลากับการกินมากนัก แต่จะ”งก” ในการถ่ายภาพ       เพราะถือคติว่า ภาพต้องได้มา เนื้อหาค่อยมาค้นคว้าเพิ่มได้    ผมจึงใช้เวลาอยู่ในร้านอาหารแค่ชั่วครู่   ก็เลยข้ามถนนกลับมาฝั่งลานน้ำพุของหยางกุ้ยเฟย  ข้ามมาถึงก็ถ่ายรูปไปเรื่อยๆ แป๊บเดียว…อ้าวเฮ้ย…..เสียงเอะอะดังมาจากถนน  พอหันไปมองจึงเห็นรถบัส ๒ คัน จอดเบียดกันอยู่ คนขับรถสองคัน กำลังลงมาพันตูกันเป็นที่สนุกสนาน  พร้อมทั้งเสียงด่ากันลั่น     ด้วยสายเลือด “เสือก”ที่สะสมในตัว เลยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ   นอกจากคนขับรถจะเลี๊ยะพะกันกลางถนน   โดยมีตำรวจ และ รปภ.ของสถานที่ ๒-๓ คน ที่ยืนดูกันเฉยราวกับว่านานๆจะมีมวยฟรีมาให้ดูแล้ว   คนอื่นๆ ก็ยืนดูกันเฉย   จะหาคนไปห้ามไปอะไรก็ไม่มี สักครู่มีเจ๊ลงมาจากรถคู่กรณีคันหนึ่ง ผมนึกว่า เจ๊เธอคือวีรสตรีจริงๆที่ลงมาห้าม…ที่ไหนได้ อีเจ๊หยิบไม้กวาดบนรถลงมาด้วย   หนอย..อีเจ๊…เสือกหาเครื่องทุ่นแรงมาช่วยซะงั้น

ผมว่าการที่คนจีน(หมายถึงคนจีนในประเทศจีนแผ่นดินใหญ่  ไม่นับรวมคนไทยเชื้อสายจีน ไม่นับรวมคนสิงคโปร์ คนฮ่องกง หรือคนใต้หวัน)ส่งเสียงดัง  ค่อนข้างโผงผาง ยังทำอะไรตามสัญชาติญานดิบ อาจจะเป็นเพราะเขาต้องดิ้นรน ต่อสู้อย่างแร้นแค้นในช่วงที่ผ่านมาไม่นาน    แม้ จีนจะเป็นประเทศที่มีอารยะธรรมมานานนับพันๆปี ที่บ้านเราเทียบกับเขาไม่ติด แต่ช่วงของการปฏิวัติสังคม   ตรงนี้แหละที่ทำให้คนจีนต้องต่อสู้ ดิ้นรนอย่างหนัก  ๑-๒ ชั่วอายุคนก็เพียงพอที่จะสั่งสมให้คนจีนแสดงพฤติกรรมพื้นฐานออกมา  เราจึงเห็นคลิปคนจีนแย่งกันโกยกุ้งใส่จาน บนบาร์อาหารบุฟเฟห์ในโรงแรมที่เชียงใหม่  หรือแย่งกันรุมชามลิ้นจี่หายวับไปใน ๖ วินาทีที่เวียตนาม  คนจีนพร้อมแซงคิว  เบียด แย่งชิงเพื่อให้ได้มา ขาก ถุย เมื่อมีสเลดอยู่ในปาก ฯลฯ ผมว่า ก็มาจากเหตุผลที่อธิบายนั่นเอง  แม้ตอนนี้คนจีน ประเทศจีนจะรวยขึ้น แต่การปลูกฝังวัฒนธรรมสากล หรือการเรียนรู้มารยาทสังคมในจีนเอง อาจต้องใช้เวลา    เพราะเดี๋ยวนี้คนจีนรุ่นใหม่ที่มีการศึกษา ที่ได้เรียนรู้วัฒนธรรมสากลก็ไม่ทำแบบนั้นแล้ว ผมเคยไปพักที่เกาะยาวใหญ่รีสอร์ต  มีเด็กวัยรุ่นจีนที่ดูเป็นคนรุ่นใหม่ไปพักกัน ๒-๔ คน  เขาก็เงียบดี ไม่ได้มีพฤติกรรมโฉ่งฉ่างอะไร    (แต่แปลกตรงที่เขาตื่นลงไปว่ายน้ำในสระตั้งแต่ตีสี่นี่แหละ ออกจะแปลกๆ สงสัยจะเอาเวลากลางวันไปเที่ยวที่อื่น เลยต้องรีบว่ายซะก่อน   แล้วทำไมผมรู้ ก็ผมจะไปว่ายเหมือนกันไง  ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

การต่อสู้บนท้องถนนเลิกราไปโดยต่างคนต่างหยุด โดยมีคนยืนดูเฉยๆ   อย่างประหลาดใจ นี่ถ้าเป็นบ้านเราพี่วินมอไซค์อะไรคงลงมาช่วยกันห้ามแล้ว  เพราะแค่การต่อยตีกันธรรมดา   ผมถึงบอกสังคมไทยเรายังไงก็ยังมีความสุนทรีย์กว่าอีกเยอะ

ลานด้านหน้าหัวชิงฉีนี้   ออกจะกว้างใหญ่   เป็นลานกว้าง ต่างระดับ   ลานน้ำพุหยางกุยเฟยนั้นอยู่แทบจะเสมอกับพื้นถนน  แต่จะมีบันไดเดินขึ้นมาบนเนินสูงราว ๕ เมตร พอขึ้นมาถึง ก็จะเห็นลานน้ำพุนางหยางกุ้ยเฟยอยู่ด้านล่าง

อะไรคือ หัวชิงฉี    จะบอกยังไงดี   มันคือที่อาบน้ำของ กษัตริย์ นางสนม  เหล่าขุนนาง  จะเรียกว่าเป็นรีสอร์ทหลวงก็ได้นะ   เพราะที่นี่จะมีแหล่งน้ำแร่ไหลผ่าน  ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นน้ำพุร้อนแบบที่ระนอง   แล้วทางราชสำนัก ก็เลยมาสร้างเป็นสถานที่อาบน้ำร้อน   แบบที่คนญี่ปุ่นเรียกออนเซ็น     เพราะถ้าลำพังแค่อาบน้ำธรรมดา  คงไม่ต้องมาสร้างสถานที่ใหญ่โตขนาดนี้   เข้าไปในห้องในวังก็เสร็จ   แต่มาสร้างที่อาบน้ำต่างหากแบบนี้ย่อมไม่ธรรมดา

เพราะในบริเวณนี้มันกว้างใหญ่ ความที่อยู่ติดเชิงเขาลี่ซาน  ด้านหน้าเป็นที่ราบต่ำ  ที่ตั้งก็เลยกลายเป็นเนินไปโดยปริยาย   บรรดาฮ่องเต้ หลายต่อหลายราชวงศ์ที่ครองแผ่นดินตรงนี้   ก็มาสร้างพระตำหนักพักร้อน  เชื้อพระวงศ์   นางสนม ขุนนางผู้ใหญ่ ก็เลยต่างมาสร้างเป็นบ่ออาบน้ำแร่ของตัวเองอยู่ในบริเวณเดียวกัน   มีการสร้างอาคารคลุมทับบ่อใครบ่อมัน  พื้นที่ในบริเวณก็เลยมีอาคาร พระตำหนักหลายหลัง  มีการตกแต่งอาณาบริเวณอย่างสวยงามดุจดั่งรีสอร์ทในปัจจุบัน เป็นแค่ที่มาอาบน้ำเพื่อการผ่อนคลายแค่นั้น

ตัวละครสำคัญของสถานที่แห่งนี้คือ…หยางกุ้ยเฟย

….หยางกุยเฟยคือใครถ้าท่านผู้อ่านอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมก็ลองเสิร์ชหาในกูเกิลได้  แต่ผมจะเล่าคร่าวๆคือ   เป็นเรื่องราวในราชวงศ์ถัง   (ราวหนึ่งพันสองร้อยปีก่อน)    นางเป็นคนแซ่หยาง ชื่ออี้หยวน  นางเป็นชายาของเจ้าชายโซ่วหยาง ซึ่งเป็นโอรสของพระเจ้าเฉวียนจง  แห่งราชวงศ์ถัง  พระเจ้าเฉวียนจงนั้นมีสนมคนโปรดคืออู่ฮุ่ยเฟย   บังเอิญสนมอู่ สิ้นพระชนม์ลง พระเจ้าเฉวียนจงก็ดันไปเจอหยางอี้หยวนเข้า เกิดชอบใจนาง เลยแย่งลูกชายเอามาเป็นสนมของตัวแล้วตั้งให้เป็น …เฟย…แทนสนมอู่ที่ตายไป ซะงั้น

ความงามของหยางกุ้ยเฟยนี่เองที่ทำให้พระเจ้าเฉวียนจง ยอมแย่งเมียของลูกมาเชยชม   ส่วนลูกชายก็นั่งตาปริบๆ ดูคนที่เคยเป็นเมียตัวเอง คลอเคลียอยู่กับพ่อไป  แสดงว่าความงามของนางทำลายจริยธรรมไปได้   อันนี้ผมว่าเองนะ

ในบรรดาเหล่านางสนมนั้น ฮ่องเต้จีนมีสนมเป็นร้อยเป็นพันละมั้ง พอลูกสาวเริ่มโตก็ส่งเข้าวัง  ไปรับใช้ ทำงานในวัง นั่นทำให้พ่อแม่ ญาติพี่น้อง พลอยได้อาหาร ที่มีตำแหน่งก็พลอยได้เบี้ยหวัดเลี้ยงชีพ มีหลักประกันในชีวิตบ้าง แต่ใช่ว่าพอเข้าวังแล้วฮ่องเต้จะมาตะลิดติ๊ดชึ่งทุกคนก็หาไม่ ต้องคนโปรดหรือไปต้องตาต้องใจ แต่อย่างน้อยการได้เข้าวังก็มีสิทธิ์ที่ฮ่องเต้จะมาเห็นละวะ ถ้าขืนอยู่แต่นอกวัง มิแคล้วโดนจอมยุทธ  มันมาจับไป…ยื้อ จนได้(อันนี้ดูจากหนังจีนนะ)

ตำแหน่งของสนมนั้นมีลดหลั่นกันลงมา ฮองเฮา ที่เป็นมเหสีเอกมี ๑ คน รองจากฮองเฮา เป็นตำแหน่งเฟย มี ๔ คน  รองจากเฟยเป็นโจวหยี มี ๙ คน  รองจากนั้นเป็นเจียหยู มี ๙ คน  รองจากนั้นเป็นเหม่ยเหริน มี ๔ คน รองลงไปอีกเป็นไฉ่เหริน มี ๕ คน รองจากนั้นลงไปไม่มีตำแหน่งเรียก    คิดดูก็แล้วกันว่าแค่นี้ แค่สนมที่มีตำแหน่งทั้งหลาย แค่จักรพรรดิใช้งานให้ครบนี่ก็บักโกรกแล้ว ส่วนใหญ่ฮ่องเต้จีนจึงไม่ค่อยแก่ตาย    ก็สนมขนาดนี้….

จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่ได้พาเข้าไปเที่ยวในรีสอร์ทหลวงสักที   เนี่ย พิมพ์จนตาลายแล้ว   รออ่านครั้งต่อไปนะ….

 

 

ด้านหน้าของหังชิงฉีในวันหมอกควันเต็มฟ้า

ด้านหน้าของหังชิงฉีในวันหมอกควันเต็มฟ้า

เหล่าบรรดานางสนมนางในที่เข้าวัง อยู่ใต้ฐานรูปปั้นน้ำพุ

เหล่าบรรดานางสนมนางในที่เข้าวัง อยู่ใต้ฐานรูปปั้นน้ำพุ

พอขึ้นมาบนเนินมองย้อนกลับไปก็จะเห็นแบบนี้...รำคาญหมอกควันจริงๆ ถ่ายรูปไม่จรรโลงใจเลย

พอขึ้นมาบนเนินมองย้อนกลับไปก็จะเห็นแบบนี้…รำคาญหมอกควันจริงๆ ถ่ายรูปไม่จรรโลงใจเลย

หน้าประตูทางเข้า   นทท.ไม่เบาเลยละ ส่วนใหญ่ คนจีน

หน้าประตูทางเข้า นทท.ไม่เบาเลยละ ส่วนใหญ่ คนจีน

นี่ขนาดเช้าๆนะ

นี่ขนาดเช้าๆนะ

แผนผังหัวชิงฉี หน้าเขาลี่ซาน ดูเอาก็แล้วกันว่ามันกว้างใหญ่ขนาดไหน

แผนผังหัวชิงฉี หน้าเขาลี่ซาน ดูเอาก็แล้วกันว่ามันกว้างใหญ่ขนาดไหน

เข้าใจว่า ผู้ชายที่ร่ายรำกับหยางกุ้ยเฟยคือพระเจ้าเฉวียนจง  คงไม่ใช่ลูกชายพระองค์  ดูท่าทางร่าเริงบันเทิงใจมาก

เข้าใจว่า ผู้ชายที่ร่ายรำกับหยางกุ้ยเฟยคือพระเจ้าเฉวียนจง คงไม่ใช่ลูกชายพระองค์ ดูท่าทางร่าเริงบันเทิงใจมาก

Translate »