อุทยานธรณีสตูล….ว่าที่มรดกโลกทางธรณีแห่งแรกของไทย

ประเทศไทยใจเดียว
คมฉาน ตะวันฉาย…เรื่อง/ภาพ
kokkram@hotmail.com

อุทยานธรณีสตูล….ว่าที่มรดกโลกทางธรณีแห่งแรกของไทย

ท่านผู้อ่านที่ตามอ่านคอลัมน์ผมที่กรุงเทพธุรกิจนี้มานาน คงคุ้นๆกับชื่ออุทยานธรณีสตูลบ้างแล้ว เพราะผมเคยประทับใจจนเอามาเขียนเรื่อง Fossil Land แดนสตูล ไปแล้ว แล้วหลังจากนั้นก็เห็นพัฒนาการเขามาเรื่อยๆ โดยการผลักดันของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และชุมชนเจ้าของพื้นที่ เริ่มตั้งแต่การเป็นอุทยานธรณีเล็กๆ ใช้สำนักงานของ อบต.ทุ่งหว้าเป็นที่ทำการ มีพิพิธภัณฑ์ช้างโบราณหลังเล็กๆ เป็นจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่เขาเพิ่มคุณค่าให้พื้นที่เขาก็คือสถานที่หลากหลายที่ครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของการเป็นอุทยานธรณี คือ สถานที่ที่มีความโดดเด่นทางธรณี (ซึ่งส่วนใหญ่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็ใช่เกือบหมด) วีถีชุมชน ประเพณี วัฒนธรรม ตลอดจนการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการพื้นที่ของชุมชน

ถ้ำภูผาเพชร

ถ้ำภูผาเพชร

การเป็นอุทยานธรณีนั้นดีตรงที่ไม่ต้องไปขัดแย้งกับใคร แม้จะประกาศทับพื้นที่ของเอกชนหรือหน่วยงานราชการ แต่เขาไม่ได้ไปยึดครองพื้นที่ ไม่มีคนไปเฝ้า ประกาศไปแล้วก็ยังคงให้สถานที่นั้นเป็นเหมือนเดิม อุทยานธรณีสตูลจึงครอบคลุมพื้นที่อำเภอทุ่งหว้า อำเภอละงู และอำเภอมะนัง ทีสำคัญประกาศทับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตราและ อุทยานแห่งชาติตะรุเตาและบางส่วนของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัดด้วย ประกาศเพื่อบอกว่า พื้นที่ตรงไหนบ้างที่เป็นอุทยานธรณีสตูล แล้วเขาก็จะเน้นทางด้านการประชาสัมพันธ์และข้อมูลทางวิชาการสนับสนุน โดยยังมีชุมชนและหน่วยงานราชการเจ้าของพื้นที่เดิมก็ยังคงบริหารจัดการไปเหมือนเดิม กรมทรัพยากรธรณีเขาไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวในด้านการบริหารแต่อย่างใด

น้ำตกธารปลิว

น้ำตกธารปลิว

ในระหว่างนั้น เขาก็มีความหลากหลายในพื้นที่เขามากโดยจุดใหญ่ๆก็คือถ้ำเลสเตโกดอน และถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคต เขาทะนาน เขาตะบัน ถ้ำเขาอุไรทอง แหล่งฟอสซิลเขาน้อย สันหลังมังกร น้ำตกธารปลิว น้ำตกธารสวรรค์ น้ำตกใต้หนาน น้ำตกวังสายทอง ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในอุทยานตะรุเตานั้นคงไม่ต้องบอก ส่วนในอุทยานหมู่เกาะเภตรานั้นก็จะมีเกาะบูโหลนทั้งหลาย เกาะเขาใหญ่ รวมทั้งเกาะลิดี ส่วนวิถีชุมชน ประเพณีและวัฒนธรรมนั้นเขาขายความเป็นเมืองเก่าสุไหงอูเปเมืองค้าขายที่เคยรุ่งเรืองมาแต่ครั้งการค้าขายทางเรือรุ่งเรือง ร่วมสมัยกับตะกั่วป่า ภูเก็ต สายบุรี ส่วนในเรื่องของวัฒนธรรม วิธีชุมชนนั้น ทุ่งหว้าเป็นดินแดนของคนสองศาสนาคือพุทธและอิสลามอยู่ด้วยกันกลมกลืนที่สุด ไม่มีความขัดแย้งทางศาสนาเลย ทุกคนอะลุ่มอล่วยกัน อยู่ด้วยกัน ช่วยเหลือกัน ใครไปเห็นที่นี่จะเห็นชุมชนที่มีความสวยงามในการอยู่ด้วยกันของผู้คน แม้ตลาดท่งหว้าจะเป็นตลาดเล็กๆ แต่ก็อบอุ่น ที่สำคัญ พื้นที่อุทยานธรณีสตูลเป็นถิ่นที่อยู่ของชนเผ่าที่ราเรียกเขาว่า ซาไก แต่บางกลุ่มเขาให้เรียกว่ามานิบ้าง เซมังบ้าง ชนกลุ่มนี้ เคลื่อนย้ายถิ่นที่อยู่ไปมา อาศัยในป่า หาของป่าแม้โลกจะก้าวไปไกลอย่างไร วิถีชีวิตเขาก็ดูไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก

ถ้ำเจ็ดคต

ถ้ำเจ็ดคต

จะเห็นว่าถ้ามาเที่ยวอุทยานธรณีสตูลนี่ผมว่า ๑ วัน ถ้าจะให้ทั่วเป็นดูไม่หมด มีความหลากหลายน่าสนใจหลายอย่าง ส่วนเหตุผลทางธรณีนั้น ถึงกับมีการกล่าวว่า ถนนบางสายในทุ่งหว้า ถูกสร้างจากหินที่มีฟอสซิลทั้งนั้น พิสูจน์ได้จากเศษหินริมทางของถนนบางสายนั้นแล้วแค่เราลองแกะ หรือกระเทาะดู ก็จะเห็นซากฟอสซิลสัตว์ทะเลไม่อย่างใดก็อย่างหนึ่งปรากฏให้เห็น

ฟอสซิลของบรรพบุรุษหมึกทะเล

ฟอสซิลของบรรพบุรุษหมึกทะเล

เพราะเหตุนี้ กรมทรัพยากรธรณีเขาถึงผลักดันให้อุทยานธรณีสตูลได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรณี เสนอเรื่องยังยูเนสโกแล้ว และก่อนหน้านี้ ยูเนสโกก็ส่งเจ้าหน้าที่มาสำรวจไปแล้ว พร้อมทั้งให้คำแนะนำ แต่สิ่งหนึ่งที่ยูเนสโกเขาถามกรมทรัพยากรธรณีก็คือ อะไรคือความชัดแจ้งทางธรณีของอุทยานธรณีสตูล ชัดแจ้งในที่นี้คือการได้ไปเห็นปุ๊บรู้เลยว่านี่คือความโดดเด่น อย่างแกรนด์แคนย่อนของอเมริกา หรือคือจางเย่ ภูเขาเจ็ดสีของจีน ที่พอเป็นอุทยานธรณีโลกก็ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากมายจากทั่วโลก

ล่องแก่งถ้ำเลสเตโกดอน

ล่องแก่งถ้ำเลสเตโกดอน

แต่ความพิเศษของอุทยานธรณีสตูลคือ พื้นดินของจังหวัดสตูล ที่เป็นแผ่นดินในมหายุคยุคพาลิโอโซอิกทั้งหมดซึ่งมหายุคนี้มียุคย่อยๆ ๖ ยุค คือยุคแคมเบรียน ออร์โดวิเชียน ไซลูเรียน โดวิเนียน คาร์บอนิเฟอรัส และเพอร์เมียน มีอายุต้งแต่ ๕๕๒ ล้านปี จนมาถึง๒๕๑ ล้านปี อธิบายให้เข้าใจคือตั้งแต่โลกเริ่มนิ่งและเริ่มมีสัตว์ที่มีเปลือกแข็งหุ้มตัว พวกพลับพลึงทะเลหรือหอยต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในทะเลทั้งสิ้น จนมาถึงยุคที่หินปูนสะสมตัวในทะเลมากมาย เริ่มมีแมลงปีกแข็ง และเริ่มมีสัตว์เลื้อยคลาน ต่อจากมหายุคพาลิโอโซอิกจึงจะเข้าสู่มหายุคมีโซโซอิค หรือยุคของไดโนเสาร์นั้นเอง(หมดยุคไดโนเสาร์จึงเข้าสู่มหายุคปัจจุบันเริ่มต้นเมื่อ ๖๕ ล้านปีก่อน)

ชนเผ่ามานิ

ชนเผ่ามานิ

ฟอสซิลของสตูลจึงเป็นพวกสัตว์ทะเลในยุคเริ่มแรกเล็กๆ อย่างบรรพบุรุษของแมงดาทะเล บรรพบุรุษของหมึก ของหอย ซึ่งสัตว์เล็กๆเหล่านี้ ซ่อนซุกอยู่ในก้อนหินแผ่นดินของสตูลทั้งผืน แม้ความสำคัญทางธรณีไม่เห็นอย่างชัดแจ้งแต่กลับมีซ่อนซุกในก้อนหินทุกก้อนของสตูล เขาถึงประกาศเป็นอุทยานธรณียังไงละครับ
ราวเดือนพฤษภาคมหรือมิถุนายน ๒๕๖๐ นี้ ทางยูเนสโก เขาจะมาตรวจพื้นที่อุทยานธรณีสตูลอีกครั้งเพื่อการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรณี ซึ่งถ้าขึ้นทะเบียนได้ ก็จะเป็นมรดกโลกทางธรณีแห่งแรกของบ้านเรา ก่อนที่ทั่วโลกเขาจะเข้าใจ จึงอยากบอกให้ชาวไทยเราเข้าใจก่อนว่า บ้านเรานั้นมีของดีอย่างไร แบบไหน และมาร่วมลุ้นกันว่าเราจะได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรณีหรือไม่

เอาใจช่วยกันครับ….

เกาะเขาใหญ่-อุทยานหมู่เกาะเภตรา

เกาะเขาใหญ่-อุทยานหมู่เกาะเภตรา

………………………………………..
@เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ- ๔ มีนาคม ๒๕๖๐ @

Translate »