กินแตง แหลงใต้ แลควายเล…ที่เกาะสุกร

ประเทศไทยใจเดียว
คมฉาน ตะวันฉาย…เรื่อง/ภาพ
kokkram@hotmail.com

                             กินแตง แหลงใต้ แลควายเล ที่เกาะสุกร

ตรังนั้นเป็นเมืองป่าและเมืองทะเล เรียกว่า แทบจะคนละครึ่งไปเลย ทางติดกับพัทลุงเป็นเมืองป่ามีเทือกเขาบรรทัดกั้น น้ำตกสารพัดมีแทบทุกร่องห้วย ส่วนอีกซีกหนึ่งเป็นตรังเล ทะเลชายหาด และสารพัดเกาะ แต่ที่อำเภอหาดสำราญ ทางตอนใต้ของตรังใกล้กับสตูล มีเกาะอยู่ปลายเขต ชาวบ้านเรียกเกาะหมู แต่ที่รู้จักกันคือเกาะสุกร

หาดทรายทอง

หาดทรายทอง

ประชากรบนเกาะนี้เป็นมุสลิมทั้งหมด ศาสนาอิสลามเป็นหลักนำชีวิต มี ๔ หมู่บ้าน และประชากรไม่เกิน ๓,๐๐๐ คน เรียกว่าอยู่กันแบบหลวมๆ ถ้าในแง่คนเดินทางท่องเที่ยว ต้องบอกว่าเกาะแห่งนี้ยัง” บ้านๆ” คือจริตของการท่องเที่ยวยังเข้าไปถึงได้น้อยมาก ททท.สำนักงานตรังเขาเลือกที่นี่ เป็นหนึ่งใน ๑๒ เส้นทางท่องเที่ยวชุมชนสีเขียว @ ตรัง ซึ่งเขาขายความเป็นบ้านๆ วิถีชุมชนที่ยังไม่ถูกแทรกแซง สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากเดินทางไปพบเห็นแบบเข้าถึงจริงๆ อะไรถึงมั่นใจว่าบนเกาะสุกรเป็นแบบนั้น…

ผู้คนที่หลวมๆ สบายๆ ชาวบ้านบนเกาะนี้ ทำการเกษตรและประมง การเกษตรเขาคือ สวนยาง ทำนา และปลูกแตงโม

หาดบ้านท่า

หาดบ้านท่

ในช่วงที่ยางกำลังจะผลัดใบราวเดือน ก.พ. ก็จะเห็นป่าเปลี่ยนสีไปครึ่งค่อนเกาะ นั่นคือส่วนที่เป็นสวนยาง แต่เที่ยวบนเกาะนี้ จะเห็นนาข้าวและวัวควายเยอะไปหมด เพราะเขาทำนาเอาข้าวไว้กินกัน แสดงว่าน้ำบนนี้ดีถึงทำนาได้ วัวควายที่เห็นแสดงว่ายังทำนาแบบเดิมๆ รถไถทำนาอาจจะมีบ้างแต่คงยังไม่มากเท่าวัวควายที่ใช้แรงงาน และเลี้ยงไว้เอาเนื้อด้วย พอเข้าหน้านา เขาก็จะล้อมรั้วกันวัวควาย วัวควายเหล่านี้ ก็จะลงแช่น้ำทะเล ที่อื่นเราจะเห็นนักท่องเที่ยวเล่นน้ำทะเล แต่ที่นี่ วัวควายเขาจองชายหาด นี่จึงเป็นที่มาของวัวควายที่เกาะสุกรเล่นน้ำทะเล เผลอๆมันเดินทอดน่องบนชายหาดด้วย

ของขึ้นชื่อของเกาะสุกร

ของขึ้นชื่อของเกาะสุกร

นานั้นพอเก็บเกี่ยวเสร็จชาวบ้านจะเอานาปลูกแตงโม ปลูกกันเยอะ และให้ผลผลิตดี แตงโมเกาะสุกรขึ้นชื่อว่าหวาน เนื้อแน่น และสีสวย ในช่วงฤดูแตงโมงช่วง มี.ค.-เม.ย. แต่ละวัน จะมีเรือมาขนแตงโมจากเกาะสุกร ออกไปต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งที่ภูเก็ต กระบี่ ตรัง แตงโมที่นี่มีชื่อถึงขนาดที่ว่าไปในตลาด พ่อค้าปักป้าย “แตงโมเกาะสุกร” เป็นการการันตรีสินค้า แล้วนักท่องเที่ยวที่มาบนเกาะนี้ เป็นต้องแวะมาชิมถึงสวน ชิมกันสดๆ ชอบใจก็ซื้อกลับบ้าน ราคานี่ถูกใจคนซื้อแน่นอน

แต่ดูเหมือนว่า แตงโมเกาะสุกรจะไม่หยุดแค่นั้น เพราะแม้หน้าที่เขาเอาที่ทำนา ก็ยังมีการปลูกแตงโมบนหาดชายทะเล ชนิดที่น้ำทะเลพัดยอดแตงกระเพื่อมน้ำนั่นเลยเชียว ถึงขนาดที่ว่าหาดบางหาดชื่อหาดแตงโม นั่นย่อมบ่งชี้ว่าที่นี่เขาปลูกแตงโมกันทุกที่จริงๆแต่แตงโมชายหาด ก็ยังคง หวาน กรอบ อร่อย…. เอากะแตงโมที่นี่สิ มาที่นี่ไม่กินแตงโม ดูเหมือนจะเข้าไม่ถึงเกาะสุกร

สินทรัพย์กลายเป็นสินค้าส่งออกจากเกาะที่ขึ้นชื่อ

สินทรัพย์กลายเป็นสินค้าส่งออกจากเกาะที่ขึ้นชื่อ

อย่าลืมว่าเขาเป็นเกาะ ดังนั้นรอบๆ เกาะจึงมีชายหาด พียงแต่ชายหาดที่นี่ ไม่ใช่เป็นหาดท่องเที่ยว การเก็บขยะทะเล พวกเศษไม้ ขยะโฟม จึงไม่มี แม้บางหาดทรายจะขาว แต่ก็มีพวกใบไม้กิ่งไม้เต็มไปหมด หาดโละใหญ่ หาดทรายทอง หาดบ้านท่า ฯลฯ หาดพวกนี้ เช้าๆ จะมีเรือประมงลำเล็กๆ ที่ออกไปวางลอบปู จับปลา เอาผลผลิตจากทะเลเข้าฝั่ง บรรดาแม่บ้านก็รอเก็บผลผลิตจากโอน ใครจะซื้อไปทำกินก็ได้ของสดๆ เพราะเพิ่งขึ้นจากทะเลใหม่ๆ ชนิดที่จับไม่ดีปูก็หนีบมือได้

sdr

บนเกาะเขายังมีศาลาชมทิวทัศน์จากที่สูง บ่อน้ำจืดมหัศจรรย์ คือบ่อน้ำที่ซึมออกมาริมชายหาด ถึงขนาดที่สร้างขอบปูนกั้น เอาน้ำไปดื่มกินได้สบายและจืดสนิท ถนนหนทางบนนี้ก็ร่มรื่น ด้วยร่มเงา สวนมะพร้าวต้นสูงยังคงมีตกแต่งเกาะให้ยังเห็นอย่างดาดตา ป่ามะม่วงหิมพานต์ที่ผลสุกเอามายำกินก็อร่อย แต่เมล็ดนั้นยังราคาแพงไม่เปลี่ยน

เราสามารถเช่าเรือจากเกาะสุกรไปเกาะเหลาเหลียงได้ ซึ่งบนเกาะเหลาเหลียง เป็นหน่วยพิทักษ์ของอุทยานแห่ชาติหมู่เกาะเภตรา เอาเต็นท์ไปกางนอนได้ เสียค่าธรรมเนียมเป็นปกติ แต่ขาดแคลนน้ำจืดและต้องเตรียมอาหารไปเอง บนเกาะเขามีเอกชนไปทำเต็นท์ให้พัก เห็นว่าทำมาก่อนที่อุทยานจะมาประกาศพื้นที่ ขึ้นชื่อว่าเกาะเหลาเหลียง คงไม่ต้องบรรยายอะไรกันมาก

sdr

การเดินทางมาเกาะสุกรนั้นไม่ยากเลย จากตรัง นั่งรถสองแถวมาลงย่านตาขาว แล้วจะมีรถสองแถวมาท่าเรือตาเสะ แล้วลงเรือโดยสาร(เรือมีตลอด ๒๔ ชม.) มาเกาะสุกร ค่าเรือคนละ ๓๐ บาท ใช้เวลาราว ๒๐นาที ก็ถึงท่าเรือเสียมไหมบนเกาะ ที่ท่าเรือนี้จะมีมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง นั่งได้ ๔ คน พาเที่ยวเกาะในเวลา ๔ ชม. ค่ารถ ๓๐๐ บาท เขาพาเที่ยวเสร็จสรรพ หรือถ้าจะค้างคืนบนเกาะ ก็มีที่พักราคาตั้งแต่ไม่กี่น้อยบาทไปจนถึงหลายพันบาท ถ้าค้างคืนจะเช่ามอเตอร์ไซค์ขับเองก็ได้

cof

ถ้าแตงโมคือสินทรัพย์ที่แผ่นดินบนเกาะมอบให้ผู้คน การแหลงใต้หรือพูดภาษาใต้เป็นการบ่งบอกถึงอัตลักษณ์ทางด้านภาษาของภูมิภาคนี้ และการมาดูควายทะเลที่เป็นเพียงหนึ่งเดียวของที่นี่ สิ่งเหล่านี้ล้วนตอกย้ำการเป็นตัวตนของเกาะสุกรอย่างชัดเจน

ในอดีต พอเอ่ยถึงวิวาห์ใต้สมุทร ทำให้เรานึกถึงตรัง แต่ต่อไป ถ้าได้ยินสโลแกน มากินแตง แหลงใต้ แลควายเล

แน่แท้…เกาะสุกรที่เดียว…!
……………………………..

@ เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๒๙ เม.ย.๖๐@

Translate »