“ของ”…เมืองนคร

ประเทศไทยใจเดียว
คมฉาน ตะวันฉาย…เรื่อง/ภาพ
“ของ”เมืองคอน
“นครศรีธรรมราช” เป็นเมืองใหญ่ ใหญ่ทั้งอาณาเขตที่มีอยู่ถึง ๒๓ อำเภอ ถ้าเอาธรรมชาติมาแบ่ง จะแบ่งได้เป็น “คอนป่า” และ “คอนเล” คือพื้นที่ของนครฯส่วนที่เป็นป่า กับนครฯ ส่วนที่ติดทะเล ผมไปตระเวนทำงานถ่ายภาพเก็บข้อมูลอยู่ในนครฯร่วมอาทิตย์ ก็ยังไปนครฯไม่ทั่ว ไปจนร่างกายมันล้าก่อนค่อยกลับไปเก็บส่วนที่เหลือ
นี่คือความยิ่งใหญ่ของพื้นที่เมืองนครฯ

ศิวลึงค์ที่มี-๓-ภาค-ครบส่วน-จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เมืองนครฯ

ศิวลึงค์ที่มี-๓-ภาค-ครบส่วน-จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์เมืองนครฯ

ยิ่งใหญ่อีกอย่างคือ…ประวัติศาสตร์ พอเอ่ยถึงอาณาจักรตามพลลิงค์ ภาพของนครฯก็ผุดพรายขึ้นมาให้เห็น ประวัติศาสตร์ของเมืองนี้มีมากมายหลายแง่หลายมุม เกินกว่าที่ผมจะมาเขียนลงในเนื้อที่หน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ที่มีได้หมดในวันเดียว ท่านผู้อ่านที่สนใจประวัติศาสตร์ไปค้นคว้าหาอ่านได้ แต่สิ่งที่อยากจะหยิบยกมาเล่าในที่นี้คือ การเป็นเมืองที่อุดมไปด้วย “ไสยเวทย์”ทั้งหลาย เรื่องเหล่านี้ขึ้นอยู่กับความเชื่อของบุคคล แต่ชื่อเสียงของนายตำรวจจอมขมังเวทย์ อย่าง พล.ต.ต.ขุนพันธ์รักษ์ราชเดช หรือสำนักเขาอ้อ ที่มีความเชื่อกันในเรื่องของคาถาอาคม เครื่องรางของขลัง การแช่อาบน้ำว่าน ที่มีมาจนถึงปัจจุบัน หรือพระภิกษุผู้ที่คนค่อนประเทศเคารพนบไหว้อย่างพ่อท่านคล้าย วาจาสิทธิ์แห่งวัดสวนขัน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ทำให้แผ่นดินเมืองนครฯ เป็นแผ่นดินที่มี ”ของ” ซ่อนซุกอยู่ในแทบทุกตารางกิโลเมตร แน่นอนที่ผมไม่อาจลืมท่านท้าวจตุคาม-รามเทพ แห่งเมืองนครฯที่สร้างกระแสการรับรู้ได้ไปทั่วประเทศเมืองนับสิบปีก่อน

พิพิธภัณฑ์เมืองนครฯ-ควรไปเยี่ยมชม

พิพิธภัณฑ์เมืองนครฯ-ควรไปเยี่ยมชม

ยิ่งใครได้เข้าไปชมพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเมืองนครศรีธรรมราช ที่อยู่กลางเมืองนคร จะยิ่งเข้าใจว่าทำไมเมืองนี้มี “ของ”

พระพิฆเนศ ที่พบเจอในเมืองนคร สวยงามไร้ที่ติ

พระพิฆเนศ ที่พบเจอในเมืองนคร สวยงามไร้ที่ติ

   ตั้งแต่อาคารด้านนอกที่มีการจัดแสดงกลางแจ้ง เห็นแทนโยนีและศิวลึงค์ อันเป็นสิ่งเคารพในลัทธิไศยวะนิกาย ยิ่งได้เข้าไปชมภายใน โดยเฉพาะห้องศาสนาพราห์ม-ฮินดู ซึ่งข้างของทุกอย่างที่จัดแสดงในห้องนี้ ล้วนแล้วแต่เป็นของจริง ที่ขุดค้นได้ในเมืองนครศรีธรรมราช ทั้ง”คอนป่า” และ “คอนเล” พร้อมทั้งเรื่องราวของศาสนาพราห์ม-ฮินดู ที่เข้ามาในแผ่นดินเมืองนครและสยามในอดีต รูปหล่อศิวนาฏราช ที่เป็นต้นแบบของการร่ายรำระบำอินเดีย ๑๐๘ ท่า รูปหล่อพระเคณศ รูปหล่อพระแม่อุมา พระวิศณุ ที่สวย สมบูรณ์

ศิวลิงค์ในยุคแรกทำติดกับฐานโยนีเป็นช้นส่วนเดียวกัน

ศิวลิงค์ในยุคแรกทำติดกับฐานโยนีเป็นช้นส่วนเดียวกัน

โดยเฉพาะศิวลึงค์ตั้งแต่ศิวลึงค์ในรูปแบบเก่าแก่ที่สุด จนกระทั่งถึงศิวลึงค์ ๓ ภาค ตั้งแต่ฐานล่าง สี่เหลียมที่เรียกว่าพรหมภาค ท่อนต่อมาเป็นแปดด้านเรียก วิษณะภาค และสุดท้ายส่วนบนเรียกรุทรภาค ที่มีเส้นปารศวสูตร และเส้นพรหมสูตร ศิวลึงค์และท่านโยนีคือเครื่องบ่งชี้ถึงการก่อเกิด และที่พลาดไม่ได้คือศิวลึงค์ทองคำ
นครฯยังมีแหล่งที่มี “ของ” อยู่มุมนั้น มุมนี้ อย่างบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดหน้าพระลาน ที่มีความเชื่อกันว่าพระยาศรีธรรมาโศกราช ผู้สร้างเมืองนครได้ฝังกฤษตยาคุณไว้บนขื่อของประตูชัยศักดิ์และประตูชัยสิทธิ์ซึ่งเปนประตูเมืองทิศเหนือและใต้ของเมืองนคร ผู้ที่มีคาถาอาคมเมื่อลอดประตูนี้เข้ามา วิทยาคุณต่างๆจะเสื่อมหมด ต้องใช้น้ำจากบ่อนี้ดื่มกิน อาบชำระ วิทยาคุณต่างๆจึงกลับคืนมา

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดหน้าพระลาน

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์วัดหน้าพระลาน

นี่แสดงให้เห็นว่า ในสมัยอดีตเขาไม่ได้รบกันด้วยศาตราวธอย่างเดียว หากแต่มี “ของ” อย่างอื่นเป็นเครื่องมือ

ฐานพระสยม...แหล่งก่อเกิดชีวิต ในตัวเมืองนครฯ

ฐานพระสยม…แหล่งก่อเกิดชีวิต ในตัวเมืองนครฯ

จะเห็นว่าเรื่องราวของพราห์ม-ฮินดู กับ “ของ” เมืองนคร ที่ผมว่ามาแค่เสี้ยวๆนี้ มันสอดคล้องและเป็นที่มาที่ไป ซึ่งผู้ไม่ศึกษา ไม่ได้อยู่ในแวดวงของเขาอาจจะเข้าไม่ถึง แต่…พิธีการในวันที่ ๑๔ เมษายน ของทุกปี เขาจะมีพิธีหนึ่งที่คนทั่วไปก็สามารถมาเห็น “ของ” ของเมืองนครได้ คือพิธีแห่นางดาน ซึ่งบอกเลยว่าเกี่ยวพันทั้งศาสนาพาร์ม-ฮินดู และ “ของ” ที่ผมว่า

แผ่นนางดานเก่าแก่ที่พบในโบสถ์พราห์มเมืองนคร

แผ่นนางดานเก่าแก่ที่พบในโบสถ์พราห์มเมืองนคร

“นางดาน” โดยรูปธรรมคือแผ่นไม้สูง ๔ ศอก กว้าง ๑ ศอก ที่วาดหรือแกะสลักรูปเทพบริวารในคติพราหมณ์ จำนวน 3 องค์ แผ่นแรก คือ พระอาทิตย์ พระจันทร์ แผ่นที่สองคือแม่พระธรณี แผ่นที่สามคือพระแม่คงคา เพื่อใช้ในขบวนแห่เพื่อรอรับเสด็จพระอิศวรที่จะเสด็จมาเยี่ยมมนุษย์โลก ณ เสาชิงช้า ส่วนทางคติความเชื่อนั้นเชื่อกันว่าเป็นการเสด็จมาเยี่ยมมนุษย์โลกของพระอิศวร เพื่อประสาทพรให้เกิดความสงบสุข ให้เกิดน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ และช่วยคุ้มครองมนุษย์โลกให้ปลอดภัย ซึ่งตามความเชื่อการเสด็จลงมาของพระอิศวรจะต้องเสด็จลงมาในเดือนอ้าย ซึ่งเป็นปีใหม่ของชาวพราหมณ์ฮินดู ไฮไลท์ที่สำคัญคือการโล้ชิงช้ารับเสด็จพระอิศวร ซึ่งผู้ที่ไปร่วมพิธีโล้ชิงช้าก็เหมือนการเข้าร่วมรับเสด็จพระอิศวรด้วย

ขบวนพิธีแห่นางดานของเมืองนคร (ภาพ .ททท)

ขบวนพิธีแห่นางดานของเมืองนคร (ภาพ .ททท)

ในงานเขามีขบวนแห่ใหญ่โต เรียกว่าปิดเมืองกันเลยทีเดียวเป็นงานใหญ่ของเมืองนคร ที่มีที่เดียวในโลกก็ว่าได้ ส่วนการโล้ชิงช้านี่ ไม่ได้มีให้ดูกันง่ายๆ ต้องในโอกาสพิเศษจริงๆจริงจะได้เห็น งานนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับหน่วยงานหลายหน่วยร่วมกันจัด หนึ่งในนั้นคือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งท่านผู้อ่านอยากจะรู้อะไร ที่พัก การเดินทาง จองที่นั่งดูโล้ชิงช้า ฯลฯ ก็โทรไปถามเขาเองที่เบอร์. ๐- ๗๕๓๔-๖๕๑๕-๖

การโล้ชิงช้ารับเสด็จพระอิศวร(ภาพ.ททท.)

การโล้ชิงช้ารับเสด็จพระอิศวร(ภาพ.ททท.)

อันที่จริง “ของ”เมืองนคร เขายังมีอีกมาก ท่านผู้อ่านไปครั้งเดียว ก็ดู “ของ” เขาไม่หมด อาจต้องไปอีกหลายๆครั้ง ดูของเขาให้ทั่ว เพียงแต่ พิธีแห่นางดานนี่มันมีแค่วันเดียว เลยเอามาบอกกล่าวกันก่อน ไว้หลังจากวันแห่งนางดาน ปีนี้วันที่ ๑๔ เมษายน ๖๑ ค่อยหาเวลาไปดูของอย่างอื่นของเมืองนคร ผมก็มีของอย่างอื่นของเมืองนครเอามาเล่าหลังจากนี้เหมือนกัน

พิธีกรรมการโล้ชิงช้าปีนี้จัดที่สวนศรีธรรมาโศกราช(ภาพ ..ททท.)

พิธีกรรมการโล้ชิงช้าปีนี้จัดที่สวนศรีธรรมาโศกราช(ภาพ ..ททท.)

ไว้ค่อยมาดู “ของ” เมืองนครกันอีกที…
……………………………………………
(เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๓๑มี.ค.๖๑)

Translate »