หวงซานที่ได้เห็น…เข็ดจนตายวันไปหวงซาน ตอน ๔-๑ หมู่บ้านมรดกโลก หงชุน

 

เดินทางสู่มรดกโลกหมู่บ้านหงชุน

ระหว่างเดินทาง  ก็เห็นแบบนี้ตลอดทาง

ระหว่างเดินทาง ก็เห็นแบบนี้ตลอดทาง

รถคนเล็กๆ นั่งอัดกันมา 6 คนนั้น ก็พาเรามุ่งหน้าสู่เมืองหมู่บ้านหลวงชุน ซึ่งเป็นหมู่บ้านมรดกโลก ตามข้อมูลที่ผมไปลิงค์มาจากเวบไซค์และเวบเพจ   ท่านผู้อ่านก็เข้าไปอ่านดูก็แล้วกัน     รถวิ่งจากเมืองหวงซานวิตี้มา ราว ๕๐ กม.ก็มาถึง    เอาเมื่อจะ ๕ โมงเย็นแล้ว      สิ่งแรกที่เราทำเมื่อมาถึงคือมองหาสำรวยกับต๋อย ที่นัดกันไว้    ดูตามลานจอดรถ หน้าที่ขายตั๋ว เก้าอี้นั่งรอต่างๆก็ไม่เจอ    เลยตกลงกันว่า เราจะเข้าไปเที่ยวกันก่อนข้างใน แล้วรอจนถึงหกโมงเย็น    แล้วค่อยว่ากันอีกทีว่าจะเอาไง     พอตกลงกันแล้ว  ก็ไปซื้อตั๋วเข้า     ซึ่งบอกเลยว่า ตั๋วค่อนข้างแพง  คนละ ๑๐๔ หยวน   ตก ๕๔๐ บาทเชียวนะ     แต่เอาวะ…… มันเป็นมรดกโลก มันต้องมีดีสิน่า คนจีนเองเขายังมาดูกันเลย     ว่าแล้วก็ซื้อตั๋วแล้วเดินผ่านช่องตรวจตั๋ว

ด้านหน้าหมู่บ้าน

ด้านหน้าหมู่บ้าน

ช่องขายตั๋ว

ช่องขายตั๋ว

ส่วนนี่คือทางเข้าและตรวจตั๋ว

ส่วนนี่คือทางเข้าและตรวจตั๋ว

 

รูปโฆษณาที่ติดไว้หน้าทางเข้า

รูปโฆษณาที่ติดไว้หน้าทางเข้า

ข้อมูลของหมู่บ้านหงชุนนั้น หายากมาก ผมพยายามค้นในอินเตอร์เนตมาให้ ก็ไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่หนักไปทางขายทัวร์ เอาเป็นว่าเขาได้มรดกโลกทางวัฒนธรรม มีจุดเด่นที่สถาปัตยกรรมการก่อสร้าง และนี่เป็นเวบไซค์ที่รูปสวย ลองคลิกเข้าไปดูครับ…http://www.bbrtv.com/2018/1210/445331.html
ส่วนอีกอันเป็นหน้าเพจ ตามนี้ครับ https://www.facebook.com/pg/PlanetBlue.Jiuhuashan.Wutaishan.Putuoshan/photos/?tab=album&album_id=524618167708128

บรรยากาศวันที่ผมไป  บอกเลยว่าไม่น่าเดินเที่ยว ไม่น่าถ่ายรูปเลย เพราะ ไปเย็นมากแล้ว แสงอะไรก็มัวๆ    สองก็เพราะอากาศนั้นหนาวมาก   แม้ไม่มีกหิมะ แต่ลมหนาวพัดมาฉุยๆ   เดินรไปปากสั่นไป  สามก็เพราะเราห่วงสำรวยกับต๋อย ไม่รู้ว่าเป็นไงกันบ้าง

 

พอข้าไปแล้ว   ก็จะประมาณในรูปต่อไปนี้ละครับ…

cofcof

cof

cof

ข้อมูลบอกเป็นหมู่บ้านเก่าๆ ที่มีสถาปัตยกรรมแบบเก่า ยังมีวิถีชีวิต มีผู้คนอาศัยอยู่ เดินเข้าไปในหมู่บ้าน มันก็เป็นบ้านเก่าๆ โดยเฉพาะหลังคาบ้าน ผนังปูนบ้างก็เอาหินมาต่อๆกัน ตรอกแคบๆ ปูด้วยหิน ทางเชื่อมต่อกันหมด เป็นซอกเล็กซอกน้อย

แต่ส่วนใหญ่ จะดัดแปลงเป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก โรงแรม เหมือนเชิงคานบ้านเราเลย แต่ผมดูแล้วไม่ประทับใจ เพราะ เหมือนหลวงพระบาง คือ การเป็นมรดกโลกคุมแค่สภาพอาคาร ไม่ให้ดัดแปลง แต่ภายใต้โครงสร้างหมู่บ้าน มันเปลี่ยนไปหมดแล้ว  แต่แล้วแต่ใครจะชอบนะ บางคนอาจจะชอบนั่งจิบกาแฟ ใช้ชีวิตช้าๆ  ส่วนตัวผมคิดว่าจะเหมือนกับถนนคนเดินที่ฮอยอันที่มีบ้านเก่ามีศาลเจ้าเก่าให้เราเข้าไปดูได้ แต่ปรากฏส่าที่นี่ไม่ค่อยมี หนักไผปทางบานอยู่อาศัย       แต่มีน้องที่ไปอยู่ที่นี่มาหลายวันบอกว่าดานท้ายหมู่บ้าน ที่นักท่องเที่ยวมักไปไม่ค่อยถึง ยังมีบ้านเก่าจริงๆอยู่

sdrsdr

sdr

ลานต้นไม้ใหญ่นี้ น่าจะเป็น แลนดฺมาร์กสำคัญของหมู่บ้าน

ลานต้นไม้ใหญ่นี้ น่าจะเป็น แลนดฺมาร์กสำคัญของหมู่บ้าน

ขอกินเล่น  ของฝาก ก็มี

เห็นใครไปก็ต้องถ่ายมา การถนอมอาหารของเขา

เห็นใครไปก็ต้องถ่ายมา การถนอมอาหารของเขา

ร้านขายขนมทอด   ผมลองซื้อขนมทางซ้ายมาชิม  มันกรอบจนร่วงเกือบหมดเมื่อกัด รสชาติก็พอไหวนะ

ร้านขายขนมทอด ผมลองซื้อขนมทางซ้ายมาชิม มันกรอบจนร่วงเกือบหมดเมื่อกัด รสชาติก็พอไหวนะ

อันนี้น่าจะเป็นถั่วไหม จำไม่ได้แล้ว

อันนี้น่าจะเป็นถั่วไหม จำไม่ได้แล้ว

น่องไก่(หรือนกหว่า)สีเหลืองน่ากินเลย แต่บังเอิญผมไม่กินพวกนี้

น่องไก่(หรือนกหว่า)สีเหลืองน่ากินเลย แต่บังเอิญผมไม่กินพวกนี้

มาเจอขนมอะไรไม่รู้ แม่ต้าเอามาลองให้ชิม ทำจากข้าวตอก เอามาบดๆ แล้วผสมน้ำตาล เหมือนตัเม อร่อยดีเหมือนกัน หวานๆมันๆ

มาเจอขนมอะไรไม่รู้ แม่ต้าเอามาลองให้ชิม ทำจากข้าวตอก เอามาบดๆ แล้วผสมน้ำตาล เหมือนตัเม อร่อยดีเหมือนกัน หวานๆมันๆ

เขาเข้าไปดูการทำ  ก็แบบนี้ คือพพอผสมกันได้ก็เอามาทำเป็นท่อนกบมๆ แล้วหั่น ถ้าทำใหม่ๆ มันกจะอุ่นๆ อร่อยดี

เขาเข้าไปดูการทำ ก็แบบนี้ คือพพอผสมกันได้ก็เอามาทำเป็นท่อนกบมๆ แล้วหั่น ถ้าทำใหม่ๆ มันกจะอุ่นๆ อร่อยดี

ค่าเขาดู ๑๐๔ หยวน  สำหรับผมผมว่าไม่ค่อยคุ้ม     ผมเดินดู ๔๐ นาทีก็รอบหมู่บ้าน(ไม่ได้ไปถึงท้ายผมูบ้าน)แล้ว   เลยเดินออกมาเตร็ดเตร่ด้านหน้า แต่ยังไม่ไ้ออก เลยถ่ายรูปวนไป

cof

sdr

ถ้าฟ้าใส มีแดด ก็อาจจะสวยกว่านี้นะ นี่สีมันทึมๆ

ถ้าฟ้าใส มีแดด ก็อาจจะสวยกว่านี้นะ นี่สีมันทึมๆ

cofcof

cof

sdr

sdr

เดินจนเมื่อย   เลยออกมานั่งรอเบญกับกร ด้านหน้า เพื่อดูต๋อยกับสำรวยด้วยดีกว่า
อากาศข้างนอกเย็นมาก ลมพัดฉิวๆ เย็นยะเยือกเลย ยิ่งนั่งนานก็ยิ่งหนาว มีรถรับจ้าง เดินเตร่มาถามเราหลายคัน แค่พอพูดอังกฤษไม่ได้ ผมก็พูดจีนไม่ได้ เลยโบ๋เบ๋เลย
ก่อนเข้าไปเราตกลงกันแล้วว่าจะรอสำรวยกับต๋อยถึง 6 โมงเย็น เพราะรถที่จะมาถึงนี่หมด ๕ โมงเย็น แต่เราจะรอจน ๖ โมง ถ้า 18:00 น แล้วยังไม่มา เราจะไปที่ถุนซี ที่เราเอากระเป๋าฝากไว้ เพราะถ้าเขามาช้า อาจไม่มีรถเมล์มาที่นี่ เขาอาจจะเข้าไปถุนซีเลยก็ได้ ซึ่งยังไงก็ต้องไปที่นั่นแน่ เพราะกระเป๋าเราอยู่ที่นั่น

ระหว่างนั่งรอ ก็เห็นนักท่องเที่ยว ซื้อตั๋วลากกระเป๋ามายืนรอรถของโรงแรมมารับ  แสดงว่ามันต้องมีดีบ้าละ

ระหว่างนั่งรอ ก็เห็นนักท่องเที่ยว ซื้อตั๋วลากกระเป๋ามายืนรอรถของโรงแรมมารับ แสดงว่ามันต้องมีดีบ้าละ

รูปก่อนกลับ

รูปก่อนกลับ

จน ๖ โมงเย็นก็ยังไม่มา เรา ๔ คนเลยเหมารถไปส่งที่ถุนซี ระยะทางราว ๕๐ กม. ระหว่างนั่งรถไป เบญกับกร ก็ติดต่อต๋อยได้ โดยเขาส่งข่าวว่าถึงที่นั่นแล้ว ได้โรงแรมเรียบร้อยแล้วด้วย และเที่ยวหมดแล้ว ปรากฏว่าสองคนนั่นลงมาไวกว่าพวกเรามาก มาทันเที่ยวรถเมล์หมด รอที่ถุนซีเรียบร้อย
ถึงถุนซีเอาช่วงหัวค่ำ เลยชวนกันไปกินอาหารร้านหรู แต่รสชาติอาหารก็แบบเดิม หรูแต่ร้าน แล้วถือโอกาสเดินเล่น ที่คืนแรกมาถึงดึกไม่มีอะไรให้ดู มาช่วงหัวค่ำนี่คึกคัก นักท่องเที่ยวเยอะมาก ไปเอากระเป๋าที่โรงแรมเก่า แล้วเดินมาราว ๒๐๐ เมตรก็เจอโรงแรมใหม่ ซึ่งก็อยู่ย่านถนนคนเดินนี่แหละครับ ก็จะคล้ายๆกับถนนข้าวสารบ้านเรา แต่ว่าโรงแรมมีไม่หนาแน่นเท่าข้าวสาร คือเขาดัดแปลงตึกแถวมาเป็นที่พัก ราคาไม่แพงนัก อยู่กลางย่านเที่ยว จึงมีต่างชาติมาพักมาก รวมทั้งเราด้วย ในห้องก็ติดฮีตเตอร์เหมือนเดิม ก็โอเคสมราคา

ฃมาเดินเที่ยวกันในถนนคนเดินแบบที่ไม่มีฝนตกและร้านเขายังเปิดอยู่ดีกว่า  สังเกตุนะครับว่า ร้านรถเข็นแบบบ้านเราเขาไม่มี ส่วนใหญ่ เขาจะขายในร้าน ของกนก็ไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่จะเป็นของฝาก

cof

cof

cof

cof

bdr

อันนี้ของกินไหม

อันนี้ของกินไหม น่าจะหมูๆ

ขนมทอดเช่นเดิ

ขนมทอดเช่นเดิ

sdr

sdr

เห็นร้านนี้ ติดรูปวัดพระแก้ว อยุธยาบ้านเราอย่างสวยเลย เลยแวะไปดู

เห็นร้านนี้ ติดรูปวัดพระแก้ว อยุธยาบ้านเราอย่างสวยเลย เลยแวะไปดู ชื่อร้านฉันยุ่งมาก

ที่แท้เป็นร้านแฟรนด์ไชน์ เจอแบบนี้หลายเมืองเลย คงเอาไว้ดักคนไมทยแบบผม เลยอดอุดหนุนไม่ได้

ที่แท้เป็นร้านแฟรนด์ไชน์ เจอแบบนี้หลายเมืองเลย คงเอาไว้ดักคนไมทยแบบผม เลยอดอุดหนุนไม่ได้

ทีแรกดูในรูปนึกว่าไอิม  ตกอันละ๑๕๐ บาทเลยนะ   บอกเลยว่าแพงมาก ถ้าอร่อยสมราคาจะไม่ว่า   ผมเอาไปลองให้พรรคพวกชิม ก็ชิมกันนิดหน่อย ผมต้องออกมานั่งกินกะให้หมดเพราะเสียดาย    สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องโยนลงถังขยะในที่พัก  ก่อนจะสบถ...มึงเอาอะไรให้กูกินวะเนี่ย....

ทีแรกดูในรูปนึกว่าไอติม ตกอันละ๑๕๐ บาทเลยนะ บอกเลยว่าแพงมาก ถ้าอร่อยสมราคาจะไม่ว่า ผมเอาไปลองให้พรรคพวกชิม ก็ชิมกันนิดหน่อย ผมต้องออกมานั่งกินกะให้หมดเพราะเสียดาย สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ต้องโยนลงถังขยะในที่พัก ก่อนจะสบถ…มึงเอาอะไรให้กูกินวะเนี่ย….

 

เป็นอันว่าวันที่ 29 ธ.ค. ๖๑ นี้ เราทั้งคณะทุกคนแล้วก็มารวมกลุ่มเจอกันหมด   พักที่เดียวกัน     คณะเรารวมเป็นหนึ่งอีกครั้ง     วันพรุ่งนี้ วันที่ 30 เราจะเดินทางสู่เมืองหางโจว    จะไปดูทะเลสาบซีหูที่ผมอยากจะไปมาก ร้องขอมาตั้งแต่ตนจัดโปรแกรมกัน    สำหรับวันนี้ นอนเถอะ  เหนื่อยแล้ว…..

Translate »