งาว…..เมืองน้อย ค่อยๆรัก

                                                          งาว….เมืองน้อยค่อยๆรัก

คมฉาน  ตะวันฉาย…เรื่อง/ภาพ

สะพานชัก แห่งเมืองงาว

สะพานชัก แห่งเมืองงาว

การได้ขับรถออกไปตระเวนเที่ยวในบ้านเรานั้น มันทำให้เราได้เห็นแง่มุมหลากๆหลายๆ ยิ่งไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ลองซอกแซกขับเข้าตามชุมชน ที่ถนนมันพาไป ก็จะเห็นความน่ารัก ที่ซ่อนอยู่ในทุกหลืบของประเทศไทย อย่างคราวนี้ที่ผมกำลังจะเล่าถึงเมืองงาว เมืองติ่งปลายเหนือสุดของ ลำปางก่อนเข้าสู่พะเยา ซึ่งจริงๆแล้วผมผ่านที่นี่มาหลายครั้ง แต่ยังไม่เคยได้เอ่ยถึง คราวนี้มีแรงบันดาลใจเมื่อขับรถลงมาจากหล่มด้งของอุทยานฯแม่ยม มุ่งหน้าเข้างาว ประทับใจตั้งแต่ในช่วงที่เป็นพื้นที่ของอุทยานฯ แม่ยม ที่สองข้างทางสวยงามเหลือเกิน มีหมอกบางๆ ยังนึกในใจว่าน่ามาวิ่งตอนเช้าๆ ครั้นพอหลุดเขตอุทยานฯ ก็เข้าสู่ชุมชน เห็นทุ่งนาที่ชาวบ้านเขาเพิ่งเกี่ยวข้าวไป เถียงนาเล็กๆ ลางๆในม่านหมอกเช้า ชาวบ้านก่อไฟนั่งผิง เด็กๆ เดินถือปิ่นโตไปโรงเรียน บ้างก็ปั่นจักรยาน ฯลฯ แม้จะมาจากต่างจังหวัด แต่มาใช้ชีวิตในเมืองใหญ่ ไม่ได้เจอภาพแบบนี้มานานมาก เห็นแล้วก็อดยิ้มในความสุขในอดีตไม่ได้
นึกถามตัวเอง….ทำไมผมไม่เขียนถึงที่นี่สักครั้ง…ในเมื่อเป็นชนบทที่สวยงามปานนี้

บรรยากาศริมทางในเขตงาว

บรรยากาศริมทางในเขตงาว

งาว.…ชื่อก็แปลก ไม่รู้แปลว่าอะไร แต่ไปตามดูในเฟสบุ๊คของอำเภองาว เขาสรุปสั้นๆ แบบนี้….”แรกเริ่มเดิมทีประมาณ พ.ศ.1780 เป็นที่ตั้งหลักแหล่งทำมาหากินของชนชาวอาณาจักรหิรัญนครและโยนกเชียงแสน โดยสถานที่แห่งนี้เป็นดอยเตี้ย ๆใกล้ฝั่งแม่น้ำ จึงเรียกว่า “เวียงบน” ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น”เมืองเงิน” ต่อมาประมาณ พ.ศ.2302 มารวมอยู่กับเขลางค์นคร หรือลำปางในปัจจุบัน เป็นเมืองหน้าด่านคอยต่อต้านข้าศึกคือพวกเงี้ยวและพม่า มีผู้นำที่สามารถกล้าหาญเคยอาสาไปปราบเงี้ยวที่เมืองเชียงตุงได้ชัยชนะ พร้อมนำง้าวด้ามเงินมาถวายเจ้าผู้ครองนครลำปาง จึงได้รับขนานนามเป็น”พญาง้าวเงิน” และเรียกชื่อเมืองว่า”เมืองง้าวเงิน” ต่อมาเรียกสั้นๆ ว่า “เมืองง้าว” และจนสุดท้ายเรียก”เมืองงาว” ต่อมาประมาณ ร.ศ.122 ได้มีการจัดการปกครองในลักษณะเทศาภิบาล จึงเป็นแขวงหนึ่งในมณฑลพายัพ และต่อมาได้จัดตั้งเป็น”อำเภองาว  มาจนถึงปัจจุบันนี้…”
นั่นคือประวัติความเป็นมาในอดีต แต่ที่เรามองเห็นกับตาในทุกวันนี้คือ อำเภอเล็กๆ ริมแม่น้ำงาว ที่ผมขอเรียกว่าเป็นอำเภอที่อหังการ์กับถนนหลวงหมายเลข 1 ที่มุ่งหน้าขึ้นเชียงราย ถนนสายนี้ตัดไปย่านใด ชุมชนดั้งเดิมล้วนศิโรราบ สยบขยับมาใกล้ถนนทั้งสิ้น เว้นแต่งาว ที่ยังคงปักหลักรักมั่นกับแม่น้ำงาวไม่เสื่อมคลาย ชุมชน ความเจริญเล็กๆ ยังอยู่ริมแม่น้ำงาวอย่างไม่ใยดีถนนหมายเลข 1 แม้แต่น้อย

8_resize
เมืองจ้อยนี้…สะดุดตาด้วยสะพานแขวนข้ามน้ำงาว ที่เขียนประวัติไว้บนป้ายเชิงสะพานว่า…
”…ในปี พ.ศ. 2458 กรมทางหลวงแผ่นดินได้มีการขยายสร้างถนนพหลโยธิน ช่วงจังหวัดลำปางไปยังจังหวัดเชียงราย เมื่อสร้างถนนมาถึงอำเภองาว ซึ่งมีแม่น้ำขวางกั้นอยู่ จึงได้ดำเนินการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำงาวขึ้นที่บ้านน้ำล้อม ตำบลหลวงใต้ ข้ามมายังตลาดบ้านหลวงเหนือ ตำบลหลวงเหนือ เป็นสะพานเหล็กแขวน มีเสากระโดงสองฝั่งใช้รอกดึงสายโยงไม่มีเสากลาง พื้นสะพานเป็นหมอนไม้วางบนรางเหล็กเหมือนรางรถไฟ ปูพื้นด้านบนด้วยไม้ ความกว้างของสะพาน 4 เมตร ยาว 80 เมตร เสากระโดงสูง 18 เมตร ผู้ออกแบบก่อสร้างโดย นายช่างเยอรมัน ผู้ควบคุมการก่อสร้างโดย ขุนเจนจบทิศ และหม่อมเจ้าเจริญใจ เริ่มก่อสร้างก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2469 สร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2471 ใช้เวลาการสร้าง 18 เดือน สะพานไม้นี้ไม่มีชื่อเป็นทางการ แต่กรมทางหลวงแผ่นดินเรียกว่า “สะพานข้ามลำน้ำงาว” เป็นสะพานแขวนแห่งแรก และมีเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย…”ไม่พูดมากเพราะเจ็บคอ แค่อยากบอกว่า ตอนเย็นๆที่เขาเปิดไฟสะพานแขวน สวยจริงๆ สวยแบบเย็นใจ
แล้วถ้าเคลิ้มตามผม หลงไปถึงเมืองงาวแล้วมีอะไรเที่ยวบ้าง

ของดีแห่งเมืองงาว

ของดีแห่งเมืองงาว

บอกแล้วไงครับว่างาวเขามีดี อย่ากลัวไม่มีที่เที่ยว ต้องถามว่ามีเวลาให้งาวกี่วัน จะขับรถย้อนมาทาง อ.สอง มาแวะดูจุดชมวิวของอุทยานฯแม่ยมก็ได้ แต่ถ้าของดีของงาวมันต้องอุทยานแห่งชาติถ้ำผาไท อุทยานฯแห่งนี้ บอกเลยว่า..แซ่บ ซ่า ไม่ได้มาถือว่าน่าเสียดาย

.ปากถ้ำผาไท

.ปากถ้ำผาไท

ที่ทำการอุทยานฯเขากางเต็นท์ได้ น่านอน อยู่ติดถนนใหญ่ในร่มเงาของดงสัก และถ้ำผาไท ที่อยู่หลังอุทยานฯนั้นเป็นถ้ำที่สวยงาม มีชื่อเสียงมาแต่อดีต ยามที่แสงต้องผ่านเพดานถ้ำ แสงแทงลำลงมาสวยงามอย่างเหลือเชื่อ ผมบอกแค่นี้..นอกนั้นให้ไปพิสูจน์กัน

cof

cof

ปลานานาชนิดในหล่มภูเขียว

ปลานานาชนิดในหล่มภูเขียว

ยังไม่หมดแค่นี้ อุทยานฯถ้ำผาไท ยังมีของดีไว้อวดอีก ซึ่งผมแนะนำ…หล่มภูเขียว น้ำตกแม่แก้และน้ำตกเกาฟุ 3 แห่งนี้ ไปทางเดียวกัน พอใกล้ถึงจึงมีทางแยกกัน โดยสองน้ำตกนั่นอยู่ใกล้กันทางเดียวกัน ไปก็ไม่ใช่ยุ่งยาก ตรงทางแยกเยื้องทางเข้าอำเภอ ถ้าเห็นป้ายเขียน หล่มภูเขียว ท่านผู้อ่านเลี้ยวไปเลย แล้วไปตามทางเขา เขาให้ไปทางไหนก็อย่าไปดื้อ แต่ถึงสามแยก เลี้ยวขวาไปอีก 5 กม.ถึงหล่มภูเขียว ซึ่งทางอุทยานฯเขากำลังก่อสร้างหน่วยพิทักษ์อุทยานฯอยู่ ต่อไป เราไปกางเต็นท์ได้สบาย
หล่มภูเขียวนี่คือปรากฏการณ์หลุมยุบบนภูเขาหินปูน ยุบลงจนเป็นแอ่งกว้างราว 50 X 50 เมตร แล้วมีน้ำขัง น้ำที่ขังนั้นจึงเป็นสีฟ้า แล้วมีปลาสารพัน อยู่กันเต็มไปหมด ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น บรรยากาศก็ดูร่มรื่น สงบจนน่าหลงใหล นี่เป็นความมหัศจรรย์หนึ่งทางธรณีที่มีไม่บ่อยนัก

น้ำตกแม่แก้

น้ำตกแม่แก้

แต่ถ้าย้อนกลับมาทางสามแยกเข้าไปตามทางที่เขียนว่าไปน้ำตก ราว 10 กม. จะพบสามแยกแล้วเลี้ยวซ้ายไปอีก 2 กม.เจอหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ( น้ำตกแม่แก้) เป็นน้ำตกหินปูนที่สวยงามมาก น้ำตกมีหลายชั้น เล่นน้ำได้ ถ่ายรูปเพลิน ที่หน่วยฯนี้มีลานกางเต็นท์ด้วย ใกล้กันแค่เลยขึ้นไปอีกราว 800 เมตร เจอน้ำตกเกาฟุ ซึ่งเป็นน้ำตกหินปูนเช่นกัน แต่สวยงามละม้ายกับน้ำตกแม่แก้ ทั้งสองน้ำตกบแกได้แค่ว่า…สวย

น้ำตกเกาฟุ

น้ำตกเกาฟุ

ของดีของอุทยานฯถ้ำผาไท ผมเอามาเล่าแค่ที่อยู่ในเขตอำเภองาวให้ท่านผู้อ่านอยากมาก่อน เพราะจริงๆ ยังมีอะไรอีกหลายที่ของอุทยานฯนี้ที่อยากให้มาเห็น คงต้องเล่าเรื่องอุทยานฯถ้ำผาไทกันอีกสักรอบ
แต่ตอนนี้มีสิ่งที่จะต้องถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เมื่อไหร่ ? อยู่สองเรื่องคือ
1.เมื่อไหร่กรมอุทยานฯจะประกาศอุทยานฯถ้ำผาไทให้เป็นอุทยานแห่งชาติให้เต็มภาคภูมิซะที เตรียมการมาร่วม 30 ปีแล้ว อุทยานมีความพร้อมทุกอย่าง ติดขัดตรงไหน ทำไมช้าขนาดนี้
2.เมื่อไหร่ อบจ. อบต.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะทำถนนดีๆไปหล่มภูเขียว ไปน้ำตกแม่แก้ น้ำตกเกาฟุซะที ทุกวันนี้พอหน้าแล้งรถเล็กไปได้แต่ก็สะอื้นด้วยสภาพทาง หน้าฝนนี่แทบปิดตาย
มีของดี แต่ไม่อินังขังขอบ ไม่กระตุ้น ไม่กระตือรืนล้น ไม่เร่งไม่รีบ มันจะจืดไปซะก่อน แต่ของดีที่งาว แม้จะยังขลุกขลักเรื่องการเดินทางบ้าง แต่บอกเลยว่า ของที่มี ถือว่าเกรดดี พรีเมี่ยม

cof
งาว…นั้นใครมาเห็นก็จะรักง่าย หลงง่าย ถ้ายังไม่ได้รัก ยังไม่หลงที่ไหน ทำไมไม่ลองมางาวละครับ ขอให้หลงสักที่ งาวนี่แหละ ใช่เลย….
……………………………………………
(เสาร์สวัสดี-กรุงเทพธุรกิจ-๒๖ ม.ค. ๖๒)

Translate »