หวงซานที่ได้เห็น…..ตอนที่ ๕ หางโจวในฝัน แต่ของจริง…?

หวงซานที่ได้เห็น…..ตอนที่ ๕ หางโจวในฝัน แต่ของจริง…?

วันที่ 30 ธันวาคม 2561

ถุนซีตอนเช้า มองจากที่พักเมื่อคืน

ถุนซีตอนเช้า มองจากที่พักเมื่อคืน

เมื่อคืนนอนถุนซี ด้วยความที่วันนี้มันไม่เร่ง วันนี้เลยมีเวลาเดินเล่นได้พอผ่อนคลาย แต่บรรยากาศมันไม่ค่อยย่าเดินเล่นเท่าไหร่ เพราะฟ้ามันมัวๆ เหมือนฝนจะตก เอาเป็นว่าฟ้าไม่ใส แดดหลุบๆพิกล
วันนี้จุดหมายปลายทางเราคือเมืองหางโจว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ มณฑลเจ้อเจียง มณฑลนี้ติดทะเลทางตะวันออก ด้านตะวันตกและทางใต้ถูกมลฑลอานฮุยล้อมหมด เป็นเจ้อเจียงเป็นมลฑลที่เจริญของจีนเพราะติดทะเล มีท่าเรือขนาด ใหญ่ ที่เที่ยวในมณฑลนี้ก็อย่างเขาเฟยหลายเฟิง วัดหลิงหยิ่นหรือนั่งกระเช้าไปดูวิวด้านบน แต่สำหรับเรา เราจะมุ่งไปทะเลสาบซีหูที่เดียว ซึ่งบอกแล้วว่าผมร้องขอตั้งแต่ทีแรก เพราะอยากมา
ช่วงเช้าจึงเดินชมเมืองถุนซี แต่เช้าๆร้านรวงยังไม่ค่อยเปิด เดินเล่น เดินถ่ายรูป ดูนู่นนี่นั่น แต่ดูแล้วมันก็เป็นเมือง เป็นบริเวณย่านการค้าทำมาเพื่อการท่องเที่ยว เราไม่ได้ไปส่วนอื่นของเมืองด้วย อยู่แต่ย่านท่องเที่ยว ก็เลยเห็นแค่นั้น ก็เลยไม่รู้ข้อเท็จจริงของเมืองว่ามันเก่าแก่ยังไง รู้แต่ว่ามีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่านเมืองแค่นั้น

ร้านรวงถนนคนเดินตอนเช้าที่ถุนซีมันเงียบแบบนี้

ร้านรวงถนนคนเดินตอนเช้าที่ถุนซีมันเงียบแบบนี้

มีแม่น้ำขนาดใหญ่ในเมือง

มีแม่น้ำขนาดใหญ่ในเมือง

cof

นี่เป็นถนนสายหลักในถุนซีเลย เป็นถนนคนเดินในตอนกลางคืน

นี่เป็นถนนสายหลักในถุนซีเลย เป็นถนนคนเดินในตอนกลางคืน

อะไรบ้างละเนี่ย ของร้านค้าที่เปิดขายแต่เช้า

อะไรบ้างละเนี่ย ของร้านค้าที่เปิดขายแต่เช้า

แลนด์มาร์คสำคัญในถุนซี

แลนด์มาร์คสำคัญในถุนซี

 

ทานข้าวเช้าแล้วพอสายๆ ก็นั่งแท๊กซี่ไปสถานีรถไฟความเร็วสูง ที่อยู่นอกเมืองเอามากๆ รถแท็กซี่วิ่งออกมาไกลมากประมาณ 30 กิโลได้มั้ง สถานีเขาอยู่นอกเมือง เป็นอาคารใหญ่มาก เห็นเด่นมาแต่ไกลเลย พอ เข้าไปข้างในอาคารเนี่ยตกใจเลย ขนาดอาคารใหญ่มาก คนไม่เยอะมาก อาจจะถุนซีมันเมืองเล็กด้วยกระมัง เราต้องไปซื้อตั๋วก่อน คนต่างชาติก็ต้องเอาพาสปอร์ตไปซื้อ ส่วนคนจีนใช้บัตรประชาชนไปซื้อได้เลย อ้อ…ให้เงินเขาด้วยนะ

ภายในส่วนขายตั๋วของสถานีรถไฟความเร็วสูง

ภายในส่วนขายตั๋วของสถานีรถไฟความเร็วสูง

ดูโปร่งตาดี เพราะที่นี่ยังเป็นเมืองเล็กๆ

ดูโปร่งตาดี เพราะที่นี่ยังเป็นเมืองเล็กๆ

ด้านหน้าอาคารสถานีรถไฟความเร็วสูงที่ถุนซี

ด้านหน้าอาคารสถานีรถไฟความเร็วสูงที่ถุนซี

ตั๋ว

ตั๋ว

ในตั๋วก็จะบอกว่าจากไหนไปไหนกี่โมง ชั้นไหน มีชื่อเจ้าของตั๋วระบุ  ถนานีที่ถุนซีนี่คือหวงซานเป่ย

ในตั๋วก็จะบอกว่าจากไหนไปไหนกี่โมง ชั้นไหน มีชื่อเจ้าของตั๋วระบุ ถนานีที่ถุนซีนี่คือหวงซานเป่ย

อาจจะหลายเหตุผลที่จีนต้องเน้นความปลอดภัย เพราะมีการสแกนกระเป๋าเยอะมาก หลายครั้ง แทบทุกสถานีรถโดยสารสาธารณะ ตั้งแต่วันแรกแล้ว สแกนอยู่นั่น แล้วที่จีนคนมันมาก ก็จะไปออกันตรงเครื่องสแกน ต้องลากกระเป๋า ต้องแต่งตัวกันใหม่ทุกทีที่ผ่านเครื่องสแกน นี่ถ้าสแกนทีเสื้อผ้าเราบางลงที ผมคงเสื้อผ้าเปื่อยหมด
วันนี้เราจะนั่งรถไฟความเร็วสูง จากถุนซีไปหางโจว เป็นรถไฟความเร็วสูง ชั้น 2 กรเล่าว่ารถไฟความเร็วสูงของจีนนั้น มีทั้งที่วิ่ง ๒๒๐ กม/ ชม. และที่เร็วกว่านั้น ถ้าจำไม่ผิดประมาณ ๖๐๐ กม./ ชม. บ้านเราที่กำลังทำนั้น จะเปนแบบ ความเร็ว ๒๒๐ กม./ชม ถ้าเร็วไป คงกลัวชาวบ้านตกใจ รถนี้จะ แวะตามเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น สถานีกะริบกะร่อย วิ่งผ่านหมด รถไฟจะ มี ๓ เกรดที่นั่ง คือเกรด ๑ ดีสุดที่นั่งกว้าง ห้องน้ำสะอาด มีเจ้าหน้าที่มาตรวจตั๋วตามที่นั่ง ใครไม่ใช่เจ้ของที่นั่งแลวแอบตีเนียนมานั่ง จะถูกไล่ไปที่อื่น เพราะมักมีคนตีเนียบมานั่งปะปนมั่ว

วิวข้างทาง

วิวข้างทาง

ภายในตู่โดยสารชั้น ๒

ภายในตู่โดยสารชั้น ๒

วิวข้างทางก็จะแบบนี้ ส่วนใหญ่ถ่ายไม่ทัน ทั้งเข้าอุโมงค์ทั้งวิ่งไว

วิวข้างทางก็จะแบบนี้ ส่วนใหญ่ถ่ายไม่ทัน ทั้งเข้าอุโมงค์ทั้งวิ่งไว

เกรด ๒ ที่เรานั่ง นี่ ที่นั่งเล็กลงมานิด ด้านละ ๓ ที่นั่ง มีสองด้านซ้ายขวา ตรงกลางเป็นทางเดิน แต่ผมดูแล้วก็ไม่ได้แคบ กว้างขวาง เหยียดขาได้สบาย มีที่แขวนสเวตเตอร์ให้ด้วย แต่ชั้นนี้ ถึงแม้มีระบุที่นั่ง แต่จริงๆ แล้วใครมานั่งก็ได้ ถ้าขึ้นมาทีหลัง รถแน่น เจ้าของที่นั่งที่ระบุตั๋ว อาจได้ยืน เรานั้นโชคดีที่นั่งแต่ต้นสาย
ส่วนเกรด ๓ ก็นั่งปนกันมั่วแล้วแต่ใครดีใครได้ บังเอิญไม่ได้เดินไปดู เลยไม่เห็นว่าเป็นแบบไหน
สภาพใน ตู้รถไฟความเร็วสูงของจีนนั้น ก็มีป้ายไฟวิ่ง บอกสถานีเหมือนรถชิงกังเซ็นของญี่ปุ่น มีทั้งเสียงและป้ายทั้งภาษาจีนและอังกฤษ เพียงแต่พนักงานไม่ค่อยมาเดินตรวจเหมือนรถไฟความเร็วสูงของญี่ปุ่น
รถไฟแล่นลอดภูเขาเป็นสิบๆครั้ง ดูวิวไม่ทันหรอกครับ เดี๋ยวลอด เดี๋ยวลอด เรื่องรถไฟความเร็วสูงของจีนนี่ ผมว่าเทคโนโลยี่เขาไม่ขี้เหร่เลย เราอย่าไปยึดติดสินค้าจีนเกรดต่ำที่เอามาขายบ้านเรา ใช้ไม่นานก็พัง ทิ้ นั้นมันของตกเกรด แลวเขาจะทำเป็นขยะแล้ว แต่ถ้าทิ้ในบ้านเขาต้องเสียค่ากำจัด เขาเลยส่งออกมาเป็นสินค้าราคาถูก จริงๆ อาขยะออกมาทิ้งนอกระเทศโดยเจ้าของประเทศนั้น( อย่างไทย) เต็มใจ สินค้าดีๆ อย่างมือถือหัวเหว่ย ก็เล่นเอาอเมริการะแวง เรียกว่าเทคโนโลยี่จีนไม่ด้อยกว่าใครเลย
คนใช้บริการรถไฟฟ้าเขามาก หยุดแต่ละเมือง แต่ละที่ ก็มีทั้งคนขึ้นคนลง รถวิ่งประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็มาถึงเขตเมืองหางโจ พอรถจอดในสถานี ก็ต้อง เดินตามกัน ออกจากสถานีรถไฟความเร็วสูง เพื่อจะไปต่อรถไฟใต้ดินเข้าเมือง ทางก็จะเชื่อมกันไปมา แบบที่ญี่ปุ่น และบ้านเราก็พยายามจะ ทำแล้ว แต่ยังไม่เสร็จ

ถึงแล้วสถานีหางโจว

ถึงแล้วสถานีหางโจว เดินออกไปต่อรถเข้าเมืองกัน

สภาพสถานีรถใต้ดิน

สภาพสถานีรถใต้ดิน

จากสถานีรถความเร็วสูง มาต่อรถใต้ดินนี่ บอกเลยว่าคนแน่นมาก เยอะตั้งแต่ตอนจะออกมาจากสถานีรถความเร็วสูง จนมารอรถใต้ดินก็เยอะ เคยเหนในคลิปใช่ไหมที่มีเจ้าหน้าที่เขามาดันคนเข้าไปในตู้เพ่อให้ประตูปิด นี่…ได้มาเห็นกับตาเลย เป็นแบบนั้นจริงๆ คือคนเยอะมาก ขนาดประตูมันจะปิดคนยังล้นประตู พนักงาน ต้องมาดันหลังให้เข้าไปในตัวรถ ชิดจนแทบจะเป็นผัวเมียได้เสียกันเชียวละ พอประตูมันปิด สภาพข้างในตู้โดยสารก็เหมือนปลากระป๋อง พวกเรานั้นมีสัมภาระ คนก็ตั้ง ๖ คน ทุลักทุเลมาก
แล้วก็ เป็นเรื่องอีกจนได้ พอรถไฟใต้ดินมา พวกเราที่ยืนรอรวมๆกัน เพิ่งเข้าไปได้ ๓ คน กำลังจะตามกันเข้าไป ประตูมันก็ปิดฉับ เจ้าหน้าที่ร้องตะโกนห้ามไม่ให้ขึ้น อ้าว..ก็ตกค้างอีก ๓ คนสิครับ รวมทั้งผมด้วย มองเข้าไปในรถ เห็นที่เข้าไปก่อนยกนิ้ว ๑ นิ้ว เลยเดาว่าคงรอสถานีหน้า พอรถขบวนต่อไปมาถึง ชุดตกค้างเข้าไป พอไปถึงสถานีหน้าก็เห็น ๓ คนรอที่สถานีหน้าจริงๆ เลยรวมกันรอขบวนใหม่อีกรอบ นี่ขนาดว่าไปแค่ ๖ คนนะ ยังวุ่นวายขนาดนี้
กว่าจะนั่งรถไฟใต้ดินเข้าไปถึงตัวเมืองหางโจวได้ ก็เล่นเอาเหนื่อย แล้วก็ช้ำมากเลยเพราะคนมันเยอะ คนเยอะมากแน่นมาก แทบไม่ได้วางเป้หลัง ยืนบนรถไฟใต้ดินมาครึ่งชั่วโมง แสดงว่าสถานีรถไฟความเร็วสูงอยู่นอกเมืองค่อนข้างไกล พอมาถึงสถานีที่เราจะลง(หรือขึ้น เพราะเราอยู่ใต้ดิน) ยังเห็นผู้โดยสารเพียบเลย ประเทศนี้คนมหาศาลจริงๆ กว่าจะฝ่าด่านคนออกมาจากสถานีรถไฟใต้ดิน ออกมาสู่โลกภายนอกได้ เล่นเอาสะบักสะบอม หง่อมเลยแหละ

ออกมานอกสถานีรถใตเดินแล้ว

ออกมานอกสถานีรถใตเดินแล้ว

สภาพหางโจวใต้เงาฝนปอย

สภาพหางโจวใต้เงาฝนปรอย เห็นศาลเจ้าเก่าซ่อนในนึกโบราณ นึกถึงสีลมบ้านเราเลย

cof cof

ดูบ้านเมืองของหางโจว

ดูบ้านเมืองของหางโจว

หางโจว…..ที่เห็นวันนี้ มีฝนปรอยๆบางๆ อากาศหนาวเย็น ลมพัดจนสะท้าน เราลากกระเป๋าเดินหาโรงแรมที่จองไว้ เดินเกือบๆกิโลเหมือนกัน ทั้งข้ามสะพานลอย ข้ามแยก ผ่านแยกโน่นแยกนี้ เดินตาม Google Map ที่มันบอก เดินกันไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาเจอโรงแรมที่จองไว้ อยู่ห่างจากทะเลสาบซีหูราว ๒ กม.เอง ก็เข้าไปเช็คอินโรงแรม โรงแรมนี้คล้ายๆกับเป็นอพาร์ทเม้นท์แล้วมาปล่อยให้เช่า ข้างในห้องพักค่อนข้างกว้าง มีห้องซักล้าง มีที่ทำอาหาร เข้าที่พักเสร็จปุ๊บ ก็นัดหมายกันว่าเดี๋ยว 15:00 เราจะออกไปเที่ยวทะเลสาบซีหูกัน ตอนนี้ก็พักผ่อนพอผ่อนคลายจากอาการสะบักสะบอมก่อน
สัก 15:00 น. เราก็มาเจอกัน แล้วก็เรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่ริมทะเลสาบซีหู โดยกะว่าจะมากินอาหารเที่ยงเอาตอนบ่ายสาม ที่ร้านดังของริมทะเลสาบซีหูกันเลยละ ไปแล้ว ให้มันหรูหราบ้าง ทำตัวซอมซ่อมาหลายวัน กต้องแบ่งกันไปคันละ ๓ คน ให้สาวๆไปก่อน แล้วเราก็เรียกคันต่อมาตามไป

ซีหูที่เห็นวันแรก

ซีหูที่เห็นวันแรก

หลิวริมทะเลสาบ

หลิวริมทะเลสาบ

แทกซี่วิ่งแป๊บเดียวละครับ ถึงซีหูแล้ว ทะเลสาบบซีหูวันที่ไปเห็นวันนั้น มันไม่ประทับใจเหมือนอย่างที่เคยอ่านในหนังสือเลย อาจจะสภาพแวดล้อมด้วย เพราะมีหมอกหนามาก ปกคลุมเต็มไปทั่วบริเวณ อากาศก็เย็นมากเรียกว่าหนาวดีกว่า มีฝนพรำๆนิดๆ ด้วย ร้านอาหารที่เราหมายตาไว้ เป็นร้านดังของมทะเลสาบซีหู ต้องมายืนเข้าคิวกันเพื่อจะได้เข้าไปนั่งกิน เหมือนกับไป MK บ้านเรา กว่าจะได้โต๊ะ ก็รอกันเป็นชั่วโมง
คณะเรามี 6 คนมันต้องแยกนั่งแท็กซี่กันคันละ 3 คนอย่างที่บอก ตอนมาก็ต้องเป็น 2 คัน กรเป็นคนนัดแนะ แยกกับเบญที่พูดจีนได้ ให้ไปอีกคัน ส่วนกรอยู่อีกคัน นัดแนะจุดหมายปลายทางหมด แต่ปรากฏว่าพอไปถึงจริงๆ
หลง…!

ร้านนี้แหละที่ดั้นด้นกันมา เสียดายจำชื่อร้านไม่ได้

ร้านนี้แหละที่ดั้นด้นกันมา เสียดายจำชื่อร้านไม่ได้

ได้มรดกโลกซะด้วย

ได้มรดกโลกซะด้วย

โมงเดลของกินในร้าน เหนแล้วน่าลอง

โมงเดลของกินในร้าน เหนแล้วน่าลอง

แต่ไม่ต้องสังมาลองก็ได้   มันไม่อร่อยเหมือนหน้าตาครับ...

แต่ไม่ต้องสังมาลองก็ได้ มันไม่อร่อยเหมือนหน้าตาครับ…

cof

เขามากินบรรยากาศกัน   อย่างคู่นี้...คงมีท้องกันบ้าง..เฮ้ย..ผู้ชายทั้งคู่

เขามากินบรรยากาศกัน อย่างคู่นี้…คงมีท้องกันบ้าง..เฮ้ย..ผู้ชายทั้งคู่

เรานัดกันที่ Starbucks ริมทะเลสาบซีหู ซึ่งก็ถือว่าเป็นแลนด์มาร์คใหญ่แล้ว ปรากฏว่าแท็กซี่คันสาวๆที่ไปก่อนมันไปส่งคนละสตาร์บั๊ค มารู้ว่ารอบทะเลสาบซีหู มีร้านสตาร์บั๊คหลายแห่ง ชุดผมเนี่ยเป็นผู้ชายทั้งหมด เรามาถึงจุดหมายปลายทางที่นัดหมายไว้เรียบร้อย มายืนรอที่นั่งในร้านค้าแล้ว แต่อีก 3 คนที่เป็นผู้หญิง ที่มาก่อนคันเรายังไม่มา น้องกร ต้องโทรตามกะบญ ทั้งออกไปตาม ทั้งสารพัด กว่าจะหากันเจอ ก็เล่นเอาเกือบ 17:00 กว่าจะได้เข้าไปนั่งกินข้าวในร้าน เล่นเอาไส้กิ่ว อะไรที่ร้านนี้ดัง สั่งมากินเลย ร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศดีจริง ฝรั่งมังค่าอะไรมายอมนั่งรอเหมือนเรา ตัวอาหารนะไม่เท่าไหร่ แต่บรรยากาศนี่น่านั่ง (เพราะข้างนอกฝนมันตกด้วย) กินเสร็จกะว่าเขาคงจะมีประดับไฟริมทะเลสาบ เหมือนที่เห็นมาจากในเวบไซค์ แต่พอฝนตก อะไรๆ ก็เลยไม่น่าเที่ยว พอออกมาจากร้านอาหาร เลยตกลงกันกลับโรงแรมที่พักดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยมาอีกที

มาดูจักรยานที่ให้เช่าขี่จอดเรียงราย สภาพแบบนี้

มาดูจักรยานที่ให้เช่าขี่จอดเรียงราย สภาพแบบนี้

ก็ออกมายืนเรียกแท็กซี่ แป๊บเดียวได้คันแรก ให้ผู้หญิงกลับไปก่อน พวกเราผู้ชาย 3 คนก็รอคันต่อไปแท็กซี่ แต่เชื่อไหมว่า เหมือนแท๊กซี่กรุงเทพวันที่ฝนตกและแท๊กซี่น้อย รอนานมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ทั้งย้ายที่รอ ย้ายฝั่งก็แล้ว ก็ไม่มีแท๊กซี่
ฝนก็ยังคงปรอยๆ หนาวก็หนาว รองเท้าก็เริ่มเปียก แท็กซี่ก็ไม่มี ถึงมีมาก็เต็มบ้าง ไม่รับบ้าง (เหมือนบ้านเราแหละ) เจอ grap car ก็เรียกเอาค่ารถแพง คนละ ๓๐ หยวนงี้ ก็เลยตัดสินใจแล้วเดินข้ามฝั่งถนนมาขึ้นรถเมล์กันก็ได้วะ

 

สภาพทั้งฝนทั้งหิมะ มีแต่คนจะกลับบ้าน

สภาพทั้งฝนทั้งหิมะ มีแต่คนจะกลับบ้าน

ปรากฏว่า ฝนที่ปรอยๆ ชักจะแปรสภาพเป็นฝอยๆ หิมะแล้ว และค่อยๆตกหนักขึ้นเรื่อยๆ กว่าจะได้ขึ้นรถเมล์ กว่าจะไปถึงโรงแรมที่พักเนี่ยถนนหนทาง รวมทั้ง hood ที่เราเอามาคลุมหัว ก็มีหิมะเกาะไปหมด หิมะมันตกตลอดทางเลย แค่เวลาไม่เท่าไหร่ ต้นไม้ใบหญ้าหน้าโรงแรมหรือต้นไม้ข้างทางก็มีหิมะขาวคลุมอยู่ รีบเข้าที่พักไปพึ่งพาความอบอุ่นจากฮีตเตอ์ดีกว่า

มารอรถเมล์ หิมะตกตลอด

มารอรถเมล์ หิมะตกตลอด

แป้บเกียว หิมะเกาะเต็มไปหมดเลย ตกหนักจริงๆ

แป้บเกียว หิมะเกาะเต็มไปหมดเลย ตกหนักจริงๆ

คืนนี้ก็ไม่มีออกไปไหนแล้ว ต่างคนต่างนอนดีกว่า โดยนัดกันว่าวันรุ่งขึ้นว่าเราจะไปดูทะเลสาบซีหูกันอีกรอบ เพราะวันนี้ยังไม่ได้เที่ยวเลย เที่ยวทะเลสาบซีหูกันครึ่งวัน แล้วค่อยนั่งรถไฟความเร็วสูงไปเซี่ยงไฮ้ เราจะไปเคาท์ดาวน์กันที่เซี่ยงไฮ้ ก็วางแผนอย่างนั้น วันนี้ก็นอนสิครับ จะรออะไร…… เจอกันพรุ่งนี้นะซีหู

Translate »