๓๑ ธ.ค. ๖๑ หวงซานที่ได้เห็น ตอน ๖ ซีหู…ภาคขาว-ดำ และเคาท์ดาวน์ที่เซี่ยงไฮ้

๓๑ ธ.ค. ๖๑
เช้า 31 ผมตื่นแต่เช้า ลองเปิดหน้าต่างดูโลกข้างนอก ปรากฏว่าหิมะมันขาวโพลนไปทั่วทั้งบริเวณ มองไปทางไหนก็ขาวโพลนไปทั่วเมือง    หิมะที่ตกมาตั้งแต่เมื่อคืน  มาเช้านี้ก็ยังตกหนาไม่เบาลงเลย   แทบไม่อยากออกจากห้องกันเชียวละ

cof

IMG_20181231_060655_resize

cofdig

sdr

dig
วันนี้เราก็เก็บข้าวของเสร็จปุ๊บก็ลงมาชั้นล่างเอากระเป๋าฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมแล้วก็ชวนกันเดินออกมาขึ้นรถเมล์   จะไปกินข้าวเช้ากันที่ทะเลสาบซีหูอีกรอบ ก็นั่งรถเมล์ไป หิมะก็ตกตลอดทาง     แต่บางลงบ้างแล้ว    นั่งรถเมล์ไปนิดเดียวก็ไปถึงริมทะเลสาบ หาร้านเล็กๆแถวนั้นกินข้าวเช้ากัน

 

โดยวันนี้เรากะว่าจะเที่ยวรอบทะเลสาบซีหูแต่บรรยากาศมันก็ยังครึ้มๆ มัวซัวๆ มีหมอก ฟ้าไม่ใส สายๆ หิมะหยุดตกแล้วก็จริง   แต่ว่าฟ้าก็ยังไม่ใส ก็เลยวางแผนกันว่างั้นเรานั่งรถเที่ยวรอบทะเลสาบดีกว่า   รถที่นั่งเที่ยวจะเป็นแบบ  รถเวียน  ซื้อตั๋วครั้งเดียว เราจะลงสถานีไหนก็ลง แล้วรอคันต่อไปได้ แค่ญื่นตั๋วให้ดูเท่านั้น    เป็นอันตกลงตามนี้ รถมันก็วิ่งรอบทะเลสาบ พอหิมะหยุดตก คนก็เริ่มเยอะ มาเดินเที่ยวกัน แต่รถที่มันเปิดโล่ง ลมเข้าได้ทุกทิศ พอรถมันวิ่ง……หนาวเข้ากระดูก

เขาได้มรดกโลกนะ

เขาได้มรดกโลกนะ

 

เก็บภาพกันหน่อย

เก็บภาพกันหน่อย

หิวแห่งซีหู     เขาปลูกหลิวไว้ล้อมรอบ

หิวแห่งซีหู เขาปลูกหลิวไว้ล้อมรอบ

มีคำกล่าวว่า..

….เบื้องบนมีสวรรค์  เบื้องล่างมีซีหู ….

…ถึงขนาดนี้ ท่านผู้อ่านคิดเอาก็แล้วกันว่ามันควรจะสวยแค่ไหน  มาโคโปโลมาถึงหางโจว แล้วมาเห็นทะเลสาปนี้ แล้วกันมาสนับสนุนอีกว่า…”…ตัวอยู่ซีหู  เหมือนนั่งบนสวรรค์…”     มาเห็นแค่นี่ผมก็อยากไปสวรรค์อยู่รำไร   หมายถึงไปทะเลสาปซีหู

ที่นี่…เป็นที่มาของตำนานนางพญางูขาว ที่รู้จักกันทั่ว   ที่มาที่ไปของเรื่องนี้เป็นอย่างไร      ผมไปเห็นเนื้อหามาจากเวบ…..http://2013.gun.in.th/index.php?topic=17445.0     ซึ่งเขียนไว้ได้ดีแล้ว     เลยขอนำมาแปะประกอบเรื่อง ดังนี้ครับ…

….กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว…

…. เจดีย์เหลยเฟิง เจดีย์แปดเหลี่ยมริมทะเลสาบซีหู
เจดีย์เหลยเฟิง (Leifeng Pagoda) เจดีย์ 8 เหลี่ยม สูง 5 ชั้น ตั้งอยู่บนยอดเขาเป่าซื่อซาน (Baoshi Shan) ทางทิศใต้ของทะเลสาบซีหูในเมืองหังโจว โครงสร้างหลักของเจดีย์เป็นไม้ล้อมด้วยอิฐสีน้ำตางแดง

นิทานนางพญางูขาวและสวี่เซียน ในเทพนิยาย“นางพญางูขาว”ที่รู้จักกันทั่วไปของจีน เล่ากันว่า มีงูขาวตัวหนึ่ง บำเพ็ญตบะนับพันปี จนแปลงกายเป็นคนได้ ได้แปลงเป็นสตรีชื่อ “ไป๋เหนียงจื่อ” ผู้สวยงาม ส่วนงูเขียวอีกตัวหนึ่ง บำเพ็ญตบะเป็นเวลา 500 ปี แปลงตัวเป็นสาวน้อยน่ารัก “เสี่ยวชิง” ผู้มีชีวิตชีวา สองคนนี้เป็นเพื่อนกันไปเที่ยวทะเลสาบซีหู เมื่อเดินทางถึงสะพานขาด งูขาวได้พบเห็นนักศึกษาปัญญาชนที่สง่างามคนหนึ่งท่ามกลางหมู่คนจำนวนมาก เธอเกิดหลงรักเขาขึ้นมาทันที งูเขียวจึงร่ายเวทมนตร์ลับๆ ทำให้ฝนตกทันทีทันใด นักศึกษาโค้วเซียงถือร่มจะไปนั่งเรือในทะเลสาบ เห็นงูขาวกับงูเขียวถูกฝนสาด ท่าทางกระเซอะกระเซิง สวี่เซียนจึงเอาร่มให้พวกเธอกันฝน แต่ตนเองยืนอยู่ห่างๆ ปล่อยให้ฝนสาดใส่ งูขาวเห็นสวี่เซียนเป็นคนซื่อ ก็ยิ่งรู้สึกรักเขามากขึ้น ส่วนสวี่เซียนก็หลงรักในความงามของงูขาว ด้วยความช่วยเหลือของงูเขียว สองคนจึงได้แต่งงานกัน และเปิดร้านขายยาในบริเวณทะเลสาบซีหู รักษาโรคให้กับผู้คน ทำให้ชาวบ้านยอมรับพวกเขาอย่างดี

แต่ฝ่าไห่เจ้าอาวาสวัดจินซานตระหนักว่างูขาวเป็นปีศาจ จะมาทำลายมนุษย์ จึงไปบอกสวี่เซียนว่า เมียของเขาเป็นงู และสอนวิธีตรวจสอบให้กับสวี่เซียนด้วย เขาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

อีกไม่นานก็ถึงเทศกาลสารทจีน ชาวบ้านทั่วไปจะดื่มเหล้าชนิดหนึ่งที่ชื่อ สงหวงจิ่ว เพื่อขจัดเภทภัยสิ่งอัปมงคล สวี่เซียนทำตามคำสั่งของฝ่าไห่ บังคับไป๋เหนียงจื่อดื่มเหล้าชนิดนี้ เวลานั้น ไป๋เหนียงจื่อกำลังตั้งครรค์ แต่ปฏิเสธสวี่เซียนไม่ได้ หลังดื่มเหล้าแล้วก็กลายเป็นงูทันที สวี่เซียนตกใจจนสิ้นชีวิต เพื่อช่วยชีวิตสวี่เซียน ไป๋เหนียงจื่อไม่คำนึงว่าตนกำลังตั้งครรค์ เดินทางไกลนับพันลี้ ไปขโมยหญ้าหลินจือที่สามารถชุบชีวิตได้ที่ขุนเขาคุนหลุน

นางต้องต่อสู้ กับทหารยามที่พิทักษ์รักษาหญ้าหลินจืออย่างไม่เห็นแก่ชีวิตตน ทหารยามรู้สึกชื่นชมมาก จึงมอบหลินจือแก่นางไป เมื่อสวี่เซียนกลับฟื้นขึ้นมาแล้ว รู้ว่าไป๋เหนียงจื่อรักตนเองจริงๆ ผัวเมียคู่นี้จึงรักกันยิ่งกว่าเดิม

แต่ฝ่าไห่ยังไม่ยอมให้งูขาวอยู่ในโลกมนุษย์ เขาลวงสวี่เซียนให้เข้าไปในวัดจินซาน บังคับให้เขาบวช งูขาวกับงูเขียวโกรธมาก นำทหารสัตว์น้ำเข้าโจมตีวัดจินซาน อยากจะช่วยสวี่เซียนหนีออกจากวัด พวกนางร่ายเวทมนตร์ไม่หยุด ทำให้น้ำท่วมวัดจินซาน นั่นก็คือ น้ำท่วมจินซาน เรื่องราวเล่าขานที่มีชื่อเสียงในสมัยโบราณ

แต่ฝ่าไห่ก็ได้แสดงพลังอย่างแรงกล้า ไป๋เหนียงจื่อครรภ์แก่จวนจะคลอด จึงสู้ฝ่าไห่ไม่ไหว เสี่ยวชิงพยายามช่วยไป๋เหนียงจื่อให้หนีไป พอหนีไปถึงสะพานขาด ก็พบกับสวี่เซียนที่หนีออกจากวัดจินซาน มาได้ สามีภรรยาคู่นี้หลังประสบภัยพิบัติได้กลับมาพบกันอีกที่สะพานขาด ซึ่งเป็นสถานที่ที่พบกันครั้งแรก รู้สึกสะเทือนใจมาก กอดคอกันร้องไห้อย่างน่าเวทนา ไป๋เหนียงจื่อเพิ่งจะคลอดลูกชาย ฝ่าไห่ก็ตามมาถึงอีกครั้ง และจับนางไปคุมขังไว้ใต้เจดีย์เหลยเฟิงในบริเวณทะเลสาบซีหูอย่างไร้ความปรานี และยังสาปไว้ว่า นอกจากน้ำทะเลสาบซีหูจะแห้งหมดและเจดีย์ล้มลงแล้วเท่านั้น นางจึงจะกลับสู่โลกมนุษย์ได้

• หลายปีต่อมา เสี่ยวชิงได้บำเพ็ญตบะจนแก่กล้า กลับมาทะเลสาบซีหูอีกครั้งและต่อสู้กับฝ่าไห่จนชนะ ได้สูบน้ำทะเลสาบซีหูจนเหือดแห้งและล้มเจดีย์เหลยเฟิงลง จึงได้ช่วยไป๋เหนีงจื่อออกจากเจดีย์ที่คุมขังได้

• เรื่องเศร้าระดนยินดีที่พบกันและแยกกันระหว่างไป๋เหนียงจื่อกับสวี่เซียนบนสะพานขาดในบริเวณทะเลสาบซีหู สร้างความสะเทือนใจแก่นักท่องเที่ยวจนยากที่จะลืมทะเลสาบซีหูได้

เจดีย์เหลินเฟิง เห็นรได้โดดเด่นจากทุกมุมของซีหู

เจดีย์เหลิยเฟิง เห็นได้โดดเด่นจากทุกมุมของซีหู

_DSC0259_resize

sdr

sdr

มีประวัติให้อ่านด้วย แต่ผมอ่านไม่ออกหรอก

มีประวัติให้อ่านด้วย แต่ผมอ่านไม่ออกหรอก

cof

ฝูงเป็ดและคนแทงเป็ด ในตำนานเรื่องของทะเลสาปซีหู

ฝูงเป็ดและคนแทงเป็ด ในตำนานเรื่องของทะเลสาปซีหู

ควายทอง  นี่ก็ในตำนานเช่นกัน

ควายทอง นี่ก็ในตำนานเช่นกัน

ทะเลสาบซีหูเนี่ย มันเป็นมรดกโลกด้วยนะ เป็นบึงน้ำจืดกว้างๆ ตรงกลางน่าจะมีเกาะเล็กๆสองเกาะ คนก็จะมาเที่ยว มาเดินเล่น มานั่งเรือชมทะเลสาบกัน ประมาณนี้ ริมทะเลสาบเขาปลูกต้นหลิวเรียงรายจนเกือบรอบ นั่งรถเที่ยวไปแต่ละจุด   จุดสำคัญก็คือเจดีย์แปดเหลี่ยมนี่เอง   เจดีย์เหลยเฟิงตั้งอยู่บนเนินเขา   จะขึ้นไป ก็ต้องซื้อตั๋วเข้าไป    เราก็ไม่ซื้อเพราะมีเวลาไม่เยอะมากนัก    เลยนั่งรถรอบรวดเดียวเลย

_DSC0216_resize

_DSC0300_resize

_DSC0335_resize

คนเริ่มเยอะจนกระทั่งจะวนกลับมาอีกด้านที่เราเริ่มขึ้นรถ คนแน่นมาก มหาศาล แน่นจนแบบมีความรู้สึกว่าถนนที่เขาให้คนเดินนี่มันเล็กไปไหม มันเบียดกันไปหมดเลย คนเยอะจริงๆคนจีนนี่เยอะมาก เหมือนอย่างในคลิปที่ให้ดูประกอบ ทั้งๆที่ทะเลสาบเท่าที่เห็นวันนี้ ก็ไม่ได้มีอะไรมาก แล้วฟ้าก็ไม่ได้ใสอะไรเลย เรียกว่าเป็นวันที่ทะเลสาบไม่สวย แต่คนก็แต่งตัวใส่สวิตเตอร์ จูงลูกจูงหลานมาเดินเล่นกัน ไม่มีพื้นที่ให้มานั่งเล่นหรอกมันคนมันเยอะมาก

_DSC0287_resize

_DSC0417_resize

นี่คือคนที่มาเดินในสวนสาธารณะในวันนั้น   โอ้..แม่เจ้า

นี่คือคนที่มาเดินในสวนสาธารณะในวันนั้น โอ้..แม่เจ้า

คนมากมายมหาศาล นี่ขนาดไม่มีงานอะไรนะ แค่มาเดินเล่นรอบทะเลสาปเท่านั้น แต่ดูเอาเถอะ

คนมากมายมหาศาล นี่ขนาดไม่มีงานอะไรนะ แค่มาเดินเล่นรอบทะเลสาปเท่านั้น แต่ดูเอาเถอะ

ลาแล้วซีหู....

ลาแล้วซีหู….

ซีหูที่เห็น ก็เลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ พอรถวนครบรอบ ก็กลับมาโรงแรม หอบหิ้วสัมภาระขึ้นแท็กซี่มุ่งหน้าไปสถานีรถไฟความเร็วสูงของหางโจเพื่อที่จะเข้าไปเซี่ยงไฮ้ ก็ยังคงเหมือนเดิม คือสถานีเขาอยู่นอกเมือง อาคารใหญ่มาก และคนยังแน่นสถานีเหมือนเดิม กว่าจะได้ตั๋ว กว่าจะผ่านขั้นตอนในการ ตรวจตรา คนก็เยอะ มันก็เลยนาน กว่าจะหลุดไปข้างในได้ เรารีบหาที่กินด่วน สักพักหนึ่ง ก็รีบไปขึ้นรถ

หน้าสถานีรถไฟความเร็วสูงเมืองหางโจว

หน้าสถานีรถไฟความเร็วสูงเมืองหางโจว

ภายในอาคารโดยสาร

ภายในอาคารโดยสาร

รถไฟความเร็วสูงของจริง ที่ดูเหมือนบ้านเราจะได้ใช้ด้วย

รถไฟความเร็วสูงของจริง ที่ดูเหมือนบ้านเราจะได้ใช้ด้วย

ภายในชานชาลา

ภายในชานชาลา

sdr

วันนี้นั่งชั้น ๒  ดูดีไหม

วันนี้นั่งชั้น ๒ ดูดีไหม

รถไฟฟ้าความเร็วสูงจากหางโจวไปเซี่ยงไฮ้ในวันนี้ เราจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง วันนี้เรานั่งชั้น ๑ ดู เก้าอี้มันกว้างขึ้น ห้องน้ำสะอาด กว้างขวาง รถไฟความเร็วสูงวิ่งไม่นาน ก็ถึงสถานีเซี่ยงไฮ้ ไปถึงปุ๊บเนี่ยก็ต้องต่อรถไฟใต้ดิน เข้ามาในตัวเมืองเซี่ยงไฮ้ คนโคตรมหาศาลเหมือนเดิม กว่าจะต่อรถไฟ 2-3 ต่อ มาโผล่ย่านกลางเมืองเอาก็มืดแล้ว พอออกมาด้านนอก เฮ้ย……คนมหาศาลมาก คนมันเยอะจริง ทหารตำรวจปิดถนนให้คนเดินอยู่ 2 ฝั่งถนนเท่านั้นตรงกลางยังปล่อยให้รถวิ่งได้ ไฟแดงแต่ละทีให้คนเดินข้าม คนเยอะจริงๆ กว่าเราจะลากกระเป๋าไหลมาตามกระแสคนที่เดินกันได้ ก็เลนเอาจะหลงกันหลายรอบ โชคดีที่โรงแรมเราอยู่ไม่ไกลจาก สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน แค่ 2 แยกแค่นั้น พอเรามาถึงโรงแรมปุ๊บเอาของเข้าที่พัก ก็นัดหมายกันว่าเดี๋ยวเราไปกินข้าวด้วยกันแล้วหลังจากนั้นก็เดินเที่ยว ช่วงเดินเที่ยวนี่แหละ คนมันเยอะถ้าใครหลงแล้วก็หลงไปเลย แล้วก็ค่อยกลับมาโรงแรมเอาเอง กินข้าวเสร็จปุ๊บ ก็ออกไป แล้วก็เป็นอย่างที่ว่างจริงคือแป๊บเดียว ก็หลงกันไปหมดเลย หากันไม่เจอ คนมันมหาศาลต่างล้วนเดินมุ่งหน้าไปทางริมน้ำ ที่เรียกว่าย่าน เดอะบัน

sdr

โผล่ออกมาจากรถใต้ดิน ก็เหนแบบนี้เลย ผมไม่เคยมา เลยตื่นตาตื่นใจ

โผล่ออกมาจากรถใต้ดิน ก็เหนแบบนี้เลย ผมไม่เคยมา เลยตื่นตาตื่นใจ

เดินหาโรงแรมกันก่อน

เดินหาโรงแรมกันก่อน

 

ทหารมายืนกั้นไม่ให้คนลงไปเดินในถนน   ในช่วงนี้คนยังไม่มาก เลยยังดูหลวมๆ

ทหารมายืนกั้นไม่ให้คนลงไปเดินในถนน ในช่วงนี้คนยังไม่มาก เลยยังดูหลวมๆ

 

ถึงโรงแรมแล้ว

ถึงโรงแรมแล้ว

ห้องพักผม

ห้องพักผม

ใครเคยไปเซี่ยงไฮ้นะรู้ว่าย่านเดอะบันด์ จะเป็นด้านที่เป็นตึกทรงยุโรปสมัยวิคตอเรีย ที่อังกฤษมาสร้างไว้อยู่ริมแม่น้ำใหญ่ เขาติดไฟสวยงามมาก สวยงามจริงๆ คนจะไหลขึ้นไปตรงลานริมแม่น้ำบนจุดชมวิว ที่มองเห็นหอไข่มุกที่อยู่คนละฝั่งกัน มันสวยงามมาก เขาติดไฟตกแต่ง โอ้โห…สวยจนตะลึง แต่คนก็มหาศาลด้วย ตำรวจเนี่ยมาไล่เลย คือยืนถ่ายรูปนานก็ไม่ได้ แป๊บเดียวตำรวจจะมาไล่ให้เดินออกออกเลย ให้คนอื่นเข้ามาด้วยประมาณนี้บรรยากาศรอบข้างสวยจริง แต่คนมันเยอะเกินไป เยอะจนแบบไม่อยากอยู่นาน หนาวก็หนาว

คนมหาศาล

คนมหาศาล

แต่สวยมาก

แต่สวยมาก

 

sdr

sdr
ผมถ่ายรูปพอสมควรแก่เวลาแล้วก็เลยกลับโรงแรม เดินกลับมาโรงแรม ก็มาแวะซื้อขนมปัง ปรากฏว่าร้านขนมปังมีคนเข้าไปซื้อเป็นคนจีนที่มาใช้บริการ ที่เซี่ยงไฮ้เนี่ยส่วนใหญ่เขาจะมีบาร์โค้ดอยู่ในโทรศัพท์ ของใครของมัน พอซื้อของจะจ่ายเงิน ร้านค้าก็จะยิงบาร์โค้ด แล้วก็จะหักเงินจากในบัญชี เขาไม่ใช้เงินสด เป็นแบบนี้แทบทุกเมืองใหญ่ เป็นสังคมไม่พกเงินแล้ว แต่เราต้องมีเงินในบัญชีตลอด ผมก็เลยต้องบอกร้านค้าว่าผมจ่ายเงินสด   ราคาอาหารก็ไม่ได้ถูก ขนมปัง แพงแล้วก็ไม่อร่อย รสจืด  หรือนี่คงเป็นรสชาติของอาหารของจีน เขาคงกินกันประมาณอย่างนี้

sdr

cof
กลับไปที่พักก่อนแล้ว เมื่อยขาสุดๆ      ก่อนที่แต่ละคนก็ทยอยกลับมา   มานอนแล้วก็หลับไป    ที่ตั้งใจว่าเที่ยงคืนจะออกไปเคาท์ดาวน์กะเขาซะหน่อย ก็หลับยาวไป จนเช้าเลย

……ไว้พรุ่งนี้   ค่อยเที่ยวเซี่ยงไฮ้กัน

Translate »