โขงเจียม คาใจ

 

( ผาแต้ม )

คมฉาน  ตะวันฉาย….เปิดประเด็น

วันที่ 6 ตุลาคม 2552 ในรายการยกสยาม ซึ่งออกอากาศทางช่อง 9 อสมท. เวลา 16.30น.-19.00 น.(โดยประมาณ)  เป็นการแข่งขันกันระหว่างจังหวัดชัยนาทและจังหวัดนครนายก

คำถามหนึ่งที่คุณปัญญาถามคือ ที่มาของคำว่าโขงเจียม มีที่มาจากอะไร ระหว่าง แม่น้ำโขง และโขลงช้าง

คำเฉลยในวันนั้นคือ   โขลงช้าง

โดยให้เหตุผลว่า คำว่า  เจียม   มาจากคำว่า เจียง ใน ภาษาส่วย  ซึ่งในอดีต ส่วยเป็นคนพื้นเมืองอาศัยอยู่ย่านนั้นมาก เจียงในภาษาส่วยแปลว่าช้าง   ซึ่งสันนิษฐานว่า แต่ก่อนย่านนั้นอาจจะมีช้างอาศัยอยู่มาก  ดังนั้นคำว่าโขงเจียมจึงน่าจะมาจาก โขลงช้าง     แล้วบอกว่าข้อมูลนี้มาจากหัวหน้าอุทยานแห่งชาติผาแต้ม

ข้อกังขาของผมก็คือ….คำตอบนี้  ถูกต้องแล้ว แน่หรือ

ทำไม ? ผมจึงคิดแบบนั้น

(โขลงช้างไม่น่าเป็นโขงเจียมไปได้ .. ภาพประกอบโดยคุณบุญมี  ถนอมสุขสันต์ )

          * คำว่าเจียม มาจากคำว่า เจียง   ในภาษาส่วย   เดิมนั้นย่านนี้มีคนส่วยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ความเห็นแย้ง   ถ้าเดิมนั้นย่านนี้มีคนส่วยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก   แล้วทำไมปัจจุบันจึงไม่มีเค้าลางหรือเชื้อพันธุ์ของคนส่วยที่เคยอาศัยอยู่ ย่านนี้เป็นจำนวนมาก  ทั้งๆ ที่น่าจะมีวัฒนธรรม ประเพณี  หรือภาษาส่วยอื่นๆ ที่หลงเหลืออยู่บ้าง   ไม่น่าที่จะมีแค่คำว่าเจียง  ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็นเจียม

แต่ปรากฏว่าคนแถบอุบล  โดยเฉพาะที่อยู่ริมแม่น้ำโขง    กลับมีภาษาและวัฒนธรรม เหมือนกันกับคนทางฝั่งลาว  จนมีคนพูดกันว่า ภาษาอีสานเมืองอุบลคือภาษาลาวตอนใต้ (ซึ่งผิดกับลาวทางเหนือเช่นหลวงพระบาง หรือลาวตอนกลาง เช่นเวียงจันทร์ )  ดังนั้นคนทางอุบลโดยเฉพาะย่านโขงเจียมน่าจะมีเชื้อสายเดียวกันกับคนทางฝั่ง ลาวมากกว่าที่จะมีเชื้อสายคนส่วย  ที่บอกว่าเคยเป็นคนพื้นเมืองส่วนใหญ่ย่านนี้

คนส่วยน่าจะคุ้นชินกับการอาศัยอยู่ในที่ดอนหรือพื้นที่ห่างน้ำมากกว่า  โดยการเทียบเคียงเอาจากพื้นที่สุรินทร์  ศรีษะเกศ   หรือบุรีรัมย์  จังหวัดเหล่านี้ยังมีคนไทยเชื้อสายส่วยอาศัยอยู่มาก  ยังคงมีภาษาพูด วัฒนธรรม  ประเพณี สืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน    และสังเกตก็จะเห็นว่าทำเลที่ตั้งของจังหวัดเหล่านี้น่าจะมีน้ำหนักไปทางที่ ดอน มากกว่าที่จะเป็นที่ลุ่ม อย่างที่ราบริมโขงย่านโขงเจียม    ซึ่งคนในอดีตที่อาศัยอยู่ย่านโขงเจียม น่าจะเริ่มต้นการตั้งชุมชนโดยการประมง เพราะอยู่ใกล้แหล่งน้ำใหญ่ คือแม่น้ำโขง แล้วจึงเริ่มทำการเพาะปลูก  ดังมีภาพวาดของ ตุ้ม  ซึ่งเป็นเครื่องมือทำประมงในแม่น้ำโขง และรูปต้นข้าว ปรากฏบนหน้าผาที่ผาแต้ม

เมื่อดูจากเขตแดนติดต่อย่านสุรินทร์  ศรีษะเกศ  บุรีรัมย์  ที่ยังคงมีคนไทยเชื้อสายส่วยอาศัยอยู่มาก จะเห็นว่า ด้านนี้พื้นที่จะเป็นป่าเขาทั้งหมด เชื่อมต่อกับทางเขมร(แม้ว่าในอดีตอาจจะยังไม่มีการแบ่งปันเขตแดนเป็นประเทศ ต่างๆ ก็ตาม)   ประกอบกับคนไทยเชื้อสายส่วย มีความชำนาญในการจับช้างป่ามาฝึกเพื่อทำงาน  จึงน่าจะพออนุมานได้ว่า  คนส่วยน่าจะเป็นคนที่อยู่บนที่ดอน  หรือมักอาศัยอยู่ในป่าดง  มากกว่าที่จะมาเป็นชาวประมงในที่ลุ่มอย่างแถบโขงเจียม

เมื่อมาประกอบกับภาษาพื้นเมืองที่ใช้ในย่านโขงเจียม นอกจากคำว่า เจียง ซึ่งเพี้ยนมาเป็นเจียม อย่างที่เฉลยแล้ว  ยังมีคำอื่นในภาษาส่วยยังคงหลงเหลืออยู่อีกหรือไม่

คนส่วยที่บอกว่าเคยอาศัยอยู่มากย่านโขงเจียม    เดี๋ยวนี้เขาหายไปไหนกันหมด  ในขณะที่คนส่วยทางสุรินท์  บุรีรัมย์ หรือศรีษะเกษ    ยังคงมีคนเชื้อสายส่วยอาศัยอยู่หนาแน่น    ทำไมคนส่วยใน 3 จังหวัดนี้ไม่สูญหายไปเช่นคนส่วยย่านโขงเจียม     ถ้ามีการอพยพจากโขงเจียมไปอยู่ย่านอื่น หรือไปรวมกับคนส่วยใน  3 จังหวัดอีสานใต้ จะอพยพไปแบบไม่ทิ้งเชื้อพันธุ์ แม้กระทั่งภาษาหรือวัฒนธรรมไว้ในพื้นที่ ที่ตัวเองเคยมีอิทธิพลจนคนในพื้นที่รับเอาคำว่า เจียง มาใช้   ครั้นพออพยพแล้ว ทำไมไม่เหลือร่องรอยอะไรเลย  ซึ่งผิดวิสัยของกลุ่มคนที่เคยมีอิทธิพลในพื้นที่มาก่อน

( ภาพปลาแม่น้ำโขง และตุ้มเครื่องมือจับปลา )

          ถ้าคำว่า    เจียม    เพี้ยนมาจากคำว่า เจียง   ดูออกจะฝืนการออกเสียงของคน  เพราะคำว่าเจียม  เป็นคำสะกดในแม่กม   ที่จะต้องเก็บริมฝีปากเพื่อบีบให้เสียงออกมาเป็นแม่กม    ซึ่งย่อมยากกว่า การออกสียงในแม่ กง  ซึ่งเพียงเปล่งเสียงออกมาและกระดกลิ้นโดยริมฝีปากไม่ติดกัน (ลองออกเสียง เจียม และเจียง ดูก็ได้) จะเห็นว่าคำว่าเจียงออกเสียงง่ายกว่า   ซึ่งการเพี้ยนคำหรือกร่อนคำโดยทั่วไป มักจะเป็นไปในลักษณะที่จากคำที่ออกเสียงยากไปง่าย  มากกว่าที่จะจากง่ายมายาก   ดังนั้น คำว่าเจียม  จึงไม่น่าที่จะเพียนมาจากคำว่าเจียง ดังที่เฉลย

*สันนิษฐานว่าย่านนี้ในอดีตเคยมีช้างอาศัยอยู่มาก

ความเห็นแย้ง  ข้อนี้จะสันนิษฐานก็ได้  แต่ก็ต้องมีเหตุผลสนับสนุน  อยู่ดีๆจะสันนิษฐานลอยๆไม่ได้  ซึ่งในอดีตก็อาจจะเป็นไปได้ว่าย่านนี้มีช้างอาศัยอยู่มาก    แต่ดูจากพื้นที่ป่าของผาแต้มหรือโขงเจียมที่ส่วนใหญ่จะเป็นลานหินและป่า โปร่ง  มีต้นไม้ขึ้นเบาบาง  ก็ออกจะค้านอยู่นิดๆ  แต่ก็อาจจะเป็นไปได้ เพราะในอดีตผู้คนไม่ได้บุกรุกพื้นที่ป่ามา แย่งชิงพื้นที่สัตว์ป่ามากมายขนาดนี้  ช้างอาจจะหากินอยู่ทั่วไป ก็อาจจะเป็นไปได้

แต่  ในเมื่อคำว่าเจียง  ที่แปลว่าช้าง  ยังใช้ภาษาส่วย   แล้วทำไมคำว่า  โขลง(ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็นโขง   อันนี้เป็นไปตามหลักการเพี้ยนเสียงมากกว่า เจียงไปเป็นเจียมตั้งเยอะ)   จึงยังใช้คำในภาษาภาคกลางอยู่ น่าที่จะใช้ภาษาส่วยไปด้วยกันทั้งหมด

( พื้นที่ส่วนใหญ่ของผาแต้มเป็นลานหิน )

          สำหรับผม    ผมกลับคิดว่า  คำว่า  เจียม   นี่ไม่ได้เพี้ยนมาจากอะไรทั้งสิ้น  ในพจนานุกรม  คำว่าเจียม  แปลว่าเครื่องปูลาดทำด้วยขนสัตว์        และ  การรู้จักประมาณตน    อันหลังนี่เองที่ผมว่าน่าจะมีน้ำหนัก

          โดยส่วนตัวผมคิดว่า  น่าจะเป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำมูล  ที่เป็นเหมือนเส้นเลือดของคนอีสานทั้งภาค  ที่ไหลลงมาบรรจบกับแม่น้ำโขงที่นี่  ปริมาณน้ำของน้ำมูลพุ่งแทงเข้าหาสายน้ำโขงจนแหวกเป็นทาง (เป็นที่มาของแม่น้ำสองสีคือโขงสีปูน มูลสีคราม)

แม่น้ำโขงไหลอย่างยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตามที่ ครั้นมาถึงตรงนี้ต้องเจียมเนื้อเจียมตัวเมื่อมาพบกับแม่น้ำมูล  เป็นการตั้งชื่อเพื่อเกทับกันนิดหน่อย   ขอย้ำว่านี่เป็นความเข้าใจของผมเอง   เพราะคำว่าเจียมนี่น่าจะเป็นคำไทยภาคกลาง  ไม่น่าเป็นคำอีสาน(ทั้งนี้เป็นการสันนิษฐานจากผมซึ่งเป็นคนภาคกลาง )

ทั้งนี้อาจจะต้องไปดูว่า  ชื่อโขงเจียมนี้เป็นชื่อที่ทางการตั้งขึ้นมาเมื่อไหร่   ถ้าตั้งขึ้นมาในสมัยที่คำในภาษาภาคกลางถูกนำไปตั้งชื่ออำเภอ   ตำบล   ตามสำเนียงภาคกลางมากๆ   ข้อคาดเดาของผมก็น่าจะถูกต้อง และคำว่า โขง ในที่นี่ก็น่าจะหมายถึงแม่น้ำโขงนี่เอง  ไม่น่าที่จะมาจาก  โขลง แต่อย่างใด

ทั้งนี้   ไม่อยากให้เชื่อโดยการบอกต่อกันมา หรือเอามาจากเวบไซค์ หรือใครเฉล   แต่อยากให้ขบคิดว่ามันสมเหตุสมผลน่าจะเป็นไปได้หรือไม่     โดยไม่ได้มีเจตนาตั้งประเด็นมาเพื่อจับผิด  เพียงแต่พอฟังคำเฉลยแล้ว เกิดอาการไม่เคลีย   จึงต้องนำมาขบคิดกันต่อ  เพื่อให้ได้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองความรู้กันเท่านั้น

… จึงขอเชิญมิตรสหายช่วยเปิดตา เปิดหู ผู้เขียนด้วยก็แล้วกัน …

 …………………………………………………………………………………………………………..

ความเห็น

  1. sj_001 พูดว่า:

    ภาษาส่วยที่น่าจะใกล้เคียงกับคำว่า โขงเจียม น่าจะเป็นคำว่า โพงเจียง แปลว่า โพง-ฝูง,โขลง เจียง-ช้าง ฝูงช้าง ภาษาภาคกลางอาจจะฟังแล้วพูดเพี้ยน เป็นโขงเจียม เคลียร์มัยครับ
    จากส่วย จอมพระ จ.สุรินทร์

  2. sj_001 พูดว่า:

    ชาวส่วยที่ไปคล้องช้าง อยู่สุรินทร์ แต่เวลาคล้องช้างจะมีการเดินทางข้ามไปจับช้างในเขตประเทศกัมพูชาบ้าง ประเทศลาวบ้าง แต่ก่อนยังไม่มีการแบ่งเขตแดน ซึ่งกลุ่มที่ไปคล้องช้างนั้นมีหลายกลุ่ม หลายคณะ

  3. sj_001 พูดว่า:

    เมื่อคล้องช้างได้แล้ว ก็จะเดินทางกลับมาที่สุรินทร์

  4. คุณส่วยจอมพระ มาให้ความกระจ่าง ในระดับหนึ่ง พอเป็นเหตุเป็นผลครับ แต่ยังไม่เคลีย์ทั้งหมด ที่คาใจมานี้ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อนะครับ แต่อยากให้มีเหตุผลมากกว่าการบอกๆต่อๆกันมา ผมมันคนขี้สงสัยไม่อยากให้ผ่านเลยไป จึงขอความรู้จากคนที่รู้ ไม่ใช่ว่า ข้อมูลมาจากอำเภอโขงเจียม แค่นั้นจบ มันจึงชวนสงสัยไงครับ ขอบคุณคุณส่วยจอมพระอีกที

Translate »