ไปแนะเมืองแพร่…ให้ออกศึก

ไปแนะเมืองแพร่…ให้ออกศึก

 

คมฉาน ตะวันฉาย…เรื่อง/ภาพ

( บรรยากาศเย็นตาของเมืองแพร่ )

               ผมเพิ่งกลับจากงาน ประชุมสุดยอดผู้นำท่องเที่ยว 17 จังหวัด ภาคเหนือ ที่จังหวัดแพร่ ไปตามคำเชิญชวนของสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ( สสทน.) ซึ่งเขามีสมาชิกอยู่ทั้งหมด 17 จังหวัด วัตถุประสงค์หลักก็คือ ทำอย่างไรที่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศจะเข้ามาท่องเที่ยวในภาคเหนือ โดยเน้นย้ำที่จังหวัดแพร่ เมืองที่จัดประชุมครั้งนี้ ผมไปในฐานะสื่อสารมวลชน ในวันสุดท้ายเขาขอเชิญสื่อมวลชนแสดงความคิดเห็นรวมทั้งให้ข้อเสนอแนะ ผมก็เลยแนะไปหลายอย่าง แต่ด้วยข้อจำกัดของเวลา เลยจะถือโอกาสมาแนะต่อ รวมทั้ง อาจจะเป็นแนวทางในการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดอื่นๆ ด้วย

( จวนเจ้าเมือง ซึ่งปัจจุบันไม่ได้อยู่อาศัยแล้ว เอามาจัดแสดง )

( ด้านหน้าของจวนเจ้าเมืองแพร่ )

( บรรยากาศในจวนผู้ว่าฯ ที่ยังจัดแบ่งหลายห้องมาจัดแสดงของโบราณของล้านนาได้อีก )

                  คนที่เข้าร่วมประชุมก็มีตัวแทน 17 จังหวัดอย่างที่บอก ผู้นำ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวในแพร่ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยว ที่เขาดูแลจังหวัดทางภาคเหนือ(ผมก็ลืมตำแหน่งเขาซะแล้ว) นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองแพร่ ฯลฯ

ความเป็นตัวผม คงพอมีอะไรไปแนะนำเขาได้บ้างแหละ….

                      แรกเริ่มผมกระตุ้นท่านนายกเทศมนตรี ให้ฉกฉวยในจังหวะที่คนส่วนใหญ่ขยาดกับภาพลักษณ์ของคนเสื้อแดงที่เชียงใหม่ ความแรงลามไปถึงเชียงราย คนขยาดภาพของเมืองแม่ฮ่องสอน ปาย ที่รถติดและแออัดเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา แต่แพร่ยังไม่มีภาพแบบนั้น ถ้าคนยังอยากได้บรรยากาศแบบล้านนา แต่ไม่อยากไป เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน ให้แพร่เสนอตัวให้อยู่ในสายตาของนักท่องเที่ยวได้เลย เพราะแพร่ ยังพูดคำเมือง วัดวาอารามก็ยังมีกลิ่นไอของล้านนา ในขณะที่สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ เป็นภาคเหนือเหมือนกัน แต่ เขาไม่พูดคำเมืองกัน ให้แพร่ฉายความเป็นล้านนาที่ไม่มีความขัดแย้งออกมานำเสนอเลย พูดแค่นี้ยังไม่เห็นภาพ มาดูจุดอ่อน จุดแข็งของจังหวัด จุดอ่อนคือ

1. แพร่แก้ภาพลักษณ์ของการเป็นเมืองตัดไม้ทำลายป่าที่มีมาแต่ในอดีตไม่ได้ (ก็คนแพร่นิยมเอาต้นไม้ทั้งต้นไปทำเสาบ้านแบบนั้น คนที่เขามีใจอนุรักษ์คงปวดจี๊ดๆในใจ) ข้อนี้แก้ไม่ได้ก็ช่างมัน แต่ก็ต้องพยายามอย่าให้มันมีเพิ่มขึ้น

2. แพร่เป็นเพียงทางผ่านไปยังน่าน เชียงราย หรือล้านนาตะวันออก จากทางผ่านที่นักท่องเที่ยวเพียงแค่มาแวะมาทานข้าวเช้าก่อนไปยังจุดหมายปลาย ทาง หรือแค่แวะเติมน้ำมัน ตรงนี้แก้ไขได้ โดยตั้งโจทย์ไว้ก่อนว่า ทำอย่างไรให้นักท่องเที่ยวเขาใช้เวลาพักค้างในแพร่อย่างน้อยก็สักหนึ่งคืน

3.ต้องยอมรับว่าแหล่งท่องเที่ยวที่มีในเมืองแพร่นั้น ยังไม่เด่นพอที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยว แม้จะมีอุทยานแห่งชาติอยู่ 3 อุทยานฯ ก็ตาม( อช.เวียงโกสัย อช.ดอยผากลอง อช. แม่ยม) ซึ่งผมบอกได้เลยว่าอุทยานทั้ง 3 แห่งนั้นยังสวยสู้อีกหลายที่ไม่ได้ (ข้อนี้ท่านผู้ว่าฯบอกธรรมชาติที่แม่ยมสวยมาก แต่ผมแย้งผู้ว่าว่า…ที่อื่นสวยกว่า ไปบอกว่า อช.แม่ยมสวย แต่นักท่องเที่ยวไปเห็นว่าไม่สวย จะเสียคน ไม่สวยก็บอกไม่สวยจะได้แก้ไขกัน) แพะเมืองผีนั้น น่าสนใจอยู่ แต่ทุกวันนี้ นักท่องเที่ยวเขาเอาเป็นแค่ที่แวะก่อนกลับ กทม.เท่านั้น ยังมีแรงดึงนักท่องเที่ยวไม่พอ สรุปว่า แหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นประเภทของแหล่งท่องเที่ยวที่ถูกใจคนไทยมากที่สุดนั้น แพร่ไม่มีเลย

( ลำพังเพียงแค่แพะเมืองผีดึงคนให้แวะค้างที่แพร่ไม่ได้ )

                      แต่อย่าเพิ่งถอดใจ เมื่อขึ้นเวทีประกวดนางงาม ก็ต้องแข่งกันเต็มที่ ผมบอกไปว่า เรามีอะไร ให้ขายอย่างนั้น เอามาขัด เอามาโชว์เสียหน่อย ธรรมชาติสู้เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอนไม่ได้ ก็อย่าไปสู้ อย่าไปแข่งในเรื่องนี้ วัดเราไม่วิจิตรเท่าที่เชียงใหม่ก็ไม่เป็นไร เอาเท่าที่เรามี เอามาขัดแต่งเสียหน่อย

                     เพราะจุดดีของเมืองแพร่ก็คือ ไม่แออัด สงบ มีบรรยากาศล้านนา ค่าครองชีพไม่แพง และความที่เป็นเมืองเก่ามาในอดีต มีเจ้าเมืองปกครองดูแล จึงยังคงมีบ้านเรือนที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบเก่าๆอยู่ในตัวเมืองมากมาย แล้วมักเป็นสาแหรกของเจ้าเมืองไม่องค์ใดก็องค์หนึ่ง บางทีก็เป็นบ้านของคหบดีสมัยทำไม้ ซึ่งพอมาในปัจจุบันนั้นหลังที่ยังได้รับการดูแลอย่างดีอย่างบ้านวงศ์บุรี จวนเจ้าเมืองเก่า และอีกหลายหลัง บางหลังมีเอกสารเก่า เช่นการมีทาสในสมัยนั้น เอามาโชว์ด้วย อย่างที่บ้านวงศ์บุรีเป็นต้น

                    นอกจากนั้นในเมืองเขามีวัดที่สวยงามอยู่ 2-3 วัด อย่างวัดพระบาทมิ่งเมือง ในโบสถ์พระประธานสวยมาก ละม้ายพระพุทธชินราช ส่วนวิหารอีกหลัง พระพุทธรูปจะเป็นศิลปะแบบล้านนาพื้นเมือง ข้างในเขาแต่งไฟสวยมาก ปัจจุบันเขาเก็บของโบราณล้ำค่าไว้ข้างในมากมาย ของโบราณนี้ก็น่าดู ตัววิหารเองก็น่าดู แต่พอเอามาใส่ในวิหาร จะถ่ายรูปวิหารก็ติดตู้แสดงของเก่า จะดูของเก่าก็คับแคบ มืดทึม มันขาดๆ เกินๆ พิลึก

                    อีกที่หนึ่งที่สวยคือวัดจอมสวรรค์ วิหารเขาก่อสร้างแบบไทใหญ่ผสมพม่า ยิ่งเวลาเปิดไฟข้างในวิหารละก้อสวยจับใจ เพราะแสงไฟสะท้อนพื้นที่ขัดมัน ได้ใจจริงๆ

    ส่วนอีกที่ก็คือพระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำวันเกิดคนปีขาล ที่นี่คงไม่ต้องบรรยายมาก

แค่นี้ สามสี่อย่างแค่นี้ก็พอแล้ว พอสำหรับการที่จะทำให้คนที่เขาอยากค้างคืนในแพร่สักคืน เพื่อมีเวลาได้เที่ยวชมของเหล่านี้

เพราะผมย้ำไปหลายครั้งแล้วว่า ถ้าเราดึงให้นักท่องเที่ยวอยู่กับเราได้นานเท่าไหร่ เราก็จะได้เงินจากการท่องเที่ยวเท่านั้น

( ตัวเมืองแพร่ จะเห็นว่าไม่มีตึกสูงนี่อาจเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งก็ได้ )

( ตัวเมืองแพร่นั้น สงบไม่พลุกพล่าน นำจุดนี้มาขายแล้วประชาสัมพันธ์ให้มากๆ )

                        อย่าให้เขามาแป้บๆ แล้วไปที่อื่น แบบนี้ เราไม่ได้อะไร ทุกวันนี้แพร่ก็ให้คนมาแวะแป้บๆ มาไหว้พระธาตุไม่เกินชั่วโมง มาแวะแพะเมืองผีไม่เกินชั่วโมง เรียกว่ามาแบบผ่านๆ แต่เวลาใช้เงินพักค้างคืน ทานอาหาร ซื้อของที่ระลึก ฯลฯ เอาไปให้ที่อื่นหมด

                       แพร่ต้องเตรียมตัวใหม่ หากิจกรรมมาให้นักท่องเที่ยว หาแหล่งท่องเที่ยวที่มีในเมือง สร้างได้ก็ต้องสร้าง จัดกิจกรรมท่องเที่ยวให้ดี ดึงให้เขาค้างคืนที่แพร่สักคืนก่อนเขากลับบ้านให้ได้ ถ้าทำได้ เราก็จะได้เงินจากนักท่องเที่ยว

( ในระยะยาวต้องปลูกไม้ดอกเพื่อสร้างเมืองแพร่ให้เป็นเมืองอกไม้แบบที่ขุนช่างเคี่ยน ( เชียงใหม่ ) ทำไว้ )

                    ก่อนอื่นต้องดึงนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในแพร่ก่อน เข้ามาแบบมาแบบให้เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวเลยนะ ไม่ใช่แค่ขับรถผ่านเลยไป ผมแนะให้หาดอกไม้พื้นเมือง อาจจะเป็นดอกดาวกระจายหรือบัวตอง เฟื่องฟ้าอะไรก็ได้ ปลูกสองข้างทางหรือในร่องกลางถนนก็ได้ เลือกสักถนนหรือจะเอามันทุกถนน รัศมี 1 กม. จากตัวเมืองออกมาก็ได้ ทำมันทุกสาย ทำให้มันสวย ปลูกเยอะๆ ยิ่งในตัวเมืองจะลงต้นไม้ดอกอื่นๆ ให้มันยืนต้นก็ได้อย่างดอกเสี้ยว ชมพูพันทิพย์ หรือจะปลูกพญาเสือโคร่งก็ได้ (แต่ต้นไม้ยืนต้นอาจจะต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าทำแล้วในยามที่มันออกดอก ผมรับรองว่าคนจะเข้าพักในเมืองแพร่แน่นอน ดูอย่างขุนห้วยแม่ยะ ดอยอ่างขาง หรือขุนช่างเคี่ยน ใครจะคิดว่าสิบปีหลังจากปลูกไม้พวกนี้เพื่อฟื้นฟูสภาพป่า พื้นที่เหล่านี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมมันมากมายจนรถติดอย่างที่ผ่านมา ระยะยาวต้องทำ เมืองหลายเมืองในญี่ปุ่น เขาปลูกซากูระ พอมันบาน นักท่องเที่ยวจากไหนต่อไหนก็มาดู นั่นระยะยาว ควรทำอย่างยิ่ง แต่ระยะสั้นอย่างที่ผมบอก เอาดอกไม้อายุสั้น อย่างดาวกระจาย บัวตอง ปลูกให้มาก ทำให้เมืองทั้งเมืองเป็นเมืองของดอกไม้ สวนสาธารณะ ริมถนนในเมืองทุกสาย รณรงค์ให้คนเมืองแพร่ที่พอมีที่พอปลูกต้นไม้ในบ้านได้ ปลูกพืชดอกแบบเดียวกัน แล้วเวลาที่ดอกไม้ชนิดนั้นมันบาน มันจะออกดอกทั้งเมือง เชื่อผมเถอะ มีนักท่องเที่ยวมาแวะเที่ยว แวะถ่ายรูปแน่ เพราะคนไทยชอบ เหมืองแม่เมาะเขายังเอาดอกบัวตองไปปลูก เพื่อฟื้นภาพลักษณ์ กลายเป็นที่เที่ยวแหล่งใหม่ไปแล้ว อันนี้ต้องทำ เพราะนี่เป็นวิธีการให้คนแวะเข้าแพร่ เข้ามาดูดอกไม้ เข้ามาถ่ายรูป แทนที่เขาจะเลยผ่านไปอย่างแต่ก่อน บางคนผ่านแพร่แล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเข้าและผ่านเมืองเขาไปแล้ว

( บ้านวงศ์บุรี ตัวอย่างการปรับปรุงบ้านเก่า น่ามาเยี่ยมชม )

                          ทีนี้พอเขาแวะที่แพร่ ก็ต้องหาอะไรให้เขาดู ให้เขาทำ ตอนผมไป ท่านนายกเทศมนตรีมีโครงการให้นักท่องเที่ยวขี่จักรยานเที่ยวในตัวเมืองอยู่ แล้ว เพิ่งจะเริ่มทำ โดยนักท่องเที่ยวไม่ต้องเช่าจักรยานเลย ไปแจ้งความประสงค์กับโรงแรมที่พักว่าจะยืมจักรยานเที่ยวในเมืองแค่นั้น แต่มันข้ามขั้นไปนิด ข้ามตรงที่ว่า ในเมื่อนักท่องเที่ยวไม่ค่อยจะมีจนถึงไม่มีมา ใครจะมายืมจักรยาน พอยืมแล้วจะปั่นไปตามเรื่องตามราวก็ไม่ได้ โครงการนี้ดี แต่ต้องมาเสริมตรงที่ ต้องจัดแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นเรื่องเป็นราว มีคู่มือปั่นจักรยานเที่ยวเมืองแพร่ให้นักท่องเที่ยว บอกระยะทาง เลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาให้ชัดเจน ตรงแยกต่างๆ ต้องมีป้ายบอกให้ชัด

                           ที่สำคัญต้องลงทุนทำเอกสารบอกเล่าถึงความสำคัญ หรือแง่มุมอื่นๆ ของแหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่ง ให้นักท่องเที่ยวเขาอยากไปดู อาจจะต้องทำเอกสาร ลงทุนหน่อยทำให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่เอกสารแบบที่มีอยู่ทุกวันนี้ เขาได้มา อ่านๆ ก็ทิ้ง เพราะรูปก็ไม่สวย เนื้อหาก็ลอกๆกันมา ไม่มีอะไรเด่นสักอย่าง แบบนี้ใช้ไม่ได้ ต้องลงทุน ทำเอกสารให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่ามันมีคุณค่า แล้วน่าเก็บไว้ อย่าลืมนะว่าเอกสารที่เขาเก็บนั้น ทุกครั้งที่เขาหยิบมาอ่าน มันคือการประชาสัมพันธ์นี่เอง ทำอย่างที่ผมบอก ผมไปในงานเห็นมีแผนที่ตัวเมืองแพร่แจก ตัวแผนที่มีนิดเดียวจนอ่านอะไรในนั้นไม่รู้เรื่อง แหล่งท่องเที่ยวอะไรอยู่ที่ไหนในแผนที่ก็ไม่เห็น แต่เห็นร้านค้า ร้านอาหารที่เป็น สปอนเซอร์เต็มไปหมด ผมทิ้งไปแล้วครับ คนเข้ามาเที่ยวยังไม่มี นี่จะขายของแล้ว ทำธุรกิจกันแบบนี้มันถึงได้เจ๊ง ขอให้ตั้งใจทำ ทำให้มันสมบูรณ์ อย่ารีบมูมมาม ใจเย็นๆ ให้คนเขาเข้ามาก่อน เข้ามาแล้วทีนี้จะขายอะไรก็ค่อยบอกเขา

( ภายในวัดจอมสวรรค์ ที่จัดแต่ง อีกหน่อยก็จะเป็นจุดหนึ่งที่ไม่ควรพลาด )

( ภายในวิหารวัดพระบาทมิ่งเมือง ที่อัดแน่นไปด้วยตู้แสดงโบราณวัตถุ )

                      แหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง อย่างวัดพระบาทมิ่งเมืองที่มีวิหารสวยๆนั่น ให้เอาของเก่าออกไปจัดแสดงที่อื่น โชว์วิหารที่สวยงามนั้นให้เต็มที่ เปิดประตูด้านหน้า (แทนที่จะเปิดประตูข้างแบบทุกวันนี้) เพราะมุมมองจากด้านหน้า จะเห็นพระประธานสวยมาก รูปนี้เป็นจุดขายได้ ส่วนของเก่า ถ้าสร้างอาคารได้ก็สร้าง แต่ถ้าไม่มีงบ ไม่มีที่ ให้เอาไปจัดแสดงที่จวนเจ้าเมือง ซึ่งภายในอาคารยังโล่งๆ ไม่น่าเดินดูเท่าไหร่ เอาข้าวของเก่าล้ำค่าเหล่านี้ไปจัดแสดง ถ้ากลัวหายก็หาระบบป้องกันไปใช้ หรือติดขัดระเบียบอะไรให้ผู้ว่าแก้ไขข้อติดขัดซะ ขอให้ตั้งใจทำ ผมว่าทำได้ ทำให้เป็นเป้าหมายของจังหวัด

( บ้านเก่าทรงคลาสสิคแบบนี้ยังมีอีกมากในตัวเมือง )

                      กิจกรรมและแหล่งท่องเที่ยวแค่นี้ก็เพียงพอที่จะให้นักท่องเที่ยวเขามี กิจกรรมเที่ยวในเมืองจนได้อยู่ค้างคืนในเมืองสัก 1 คืนก่อนกลับแล้ว ตอนผมไปนั้นถูกจัดโปรแกรมให้ไปดูวัดดูอะไรต่อมิอะไรในอำเภอรอบนอกมากมาย ซอกแซกไปทั่ว ซึ่งผมบอกเลยว่า ถ้าคนพักในเมืองและติดใจในเมืองแพร่แล้ว ค่อยบอกที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่อยู่นอกเมืองให้เขารู้ แล้วเดี๋ยวเขาจะออกไปเที่ยวเอง นี่ขนาดในเมืองคนยังไม่เที่ยว แล้วเขาจะไปเที่ยวนอกเมืองทำไม ไปทีละขั้น ทีละตอน ถ้าตรึงคนให้อยู่ในแพร่ได้ ขี้คร้านเขาจะออกไปเที่ยวนอกเมืองเอง

( วัดจอมสวรรค์ ศิลปะแบบไทยใหญ่ )

                      ผมยังแนะท่านนายกเทศมนตรีไปอีกว่า ลองให้จัดตักบาตรพระโดยให้มีพระเณรมากๆ อย่างที่หลวงพระบางดู เพราะที่แพร่จะมีเณรมาบวชเพื่อเรียนหนังสือกันมาก ผมเคยเห็นพระเณรที่เขาไปอบรมอะไรสักอย่างของทางพุทธนี่แหละที่ด่านซ้าย พอเช้า พระเณรที่อบรมก็จะออกบิณฑบาตรเป็นแถวยาวเหยียด เป็นภาพที่สวยมากเพราะพระเยอะ เหมือนที่หลวงพระบางเลย ซึ่งถ้าทางเทศบาลแพร่ลองพูดคุยกับวัด กับชุมชน หารายละเอียดลองจัดกันดู แรกๆ อาจจะเดือนละวัน ลองดูก่อนก็ได้ แรกๆอาจจะมีอุปสรรคบ้าง หาจุดบกพร่องดู แล้วแก้ไขกันไป แต่ให้ทำอย่างสม่ำเสมอ ทีนี้คนเขาก็จะรู้ว่าที่แพร่มีการตักบาตรพระพันรูป ไปเที่ยวที่ไหนมา ก่อนกลับบ้าน ก็แวะค้างคืนที่แพร่สักคืน เพื่อรอตักบาตรตอนเช้า (ควรจัดเช้าวันอาทิตย์) พอตักบาตรเสร็จ จะกลับบ้านก็ได้ หรือจะเที่ยวต่อก็ได้ ทำให้เป็นรูปแบบของเมืองแพร่ไปเลย ผมว่าจะเป็นอีกจุดขายหนึ่งของเมืองแพร่

                     พอคนก็เข้ามาตัวเมืองแพร่เพื่อดูดอกไม้บานสะพรั่งในเมือง สายๆ พอเอาของเข้าที่พักในแรงแรมต่างๆ ก็ปั่นจักรยานเที่ยวในตัวเมือง ตอนเย็นก็ค้างในเมืองแพร่ พอมีคนมาพักมาเที่ยวในเมือง จะจัดถนนคนเดินบ้างก็ได้ (แต่อย่างทุกวันนี้อย่าไปจัด จัดไปก็ไม่มีนักท่องเที่ยวมาเดิน ต้องค่อยเป็นค่อยไป) เช้า รุ่งขึ้นเขาก็จะใส่บาตรพระ แล้วทีนี้จะกลับบ้านหรือจะไปเที่ยวจังหวัดอื่นต่อก็ไม่ว่า เชื่อเถอะว่าถ้านักท่องเที่ยวรู้จักเมืองแพร่ อยากมาค้างสักคืนที่เมืองแพร่เพื่อใส่บาตร เงินจะหมุนเวียนในแพร่อีกมาก ถึงตอนนั้นจะชวนนักข่าวไปทำข่าวอีกทีก็ได้

                     ได้ข่าวว่าปีหน้าเขาจะจัดรวมพลคนปีขาลคือคนที่เกิดปีขาลให้ไปไหว้พระธาตุ ช่อแฮ ซึ่งเป็นไอเดียดึงคนที่ดีมาก แต่ดึงคนมาได้แล้ว อย่าให้เขามาไหว้พระธาตุแค่ชั่วโมงเดียวแล้วไปที่อื่นซะละ ต้องตรึงเขาไว้ให้ได้ เดี๋ยวจะเหมือนงานผีตาโขนที่ผมเคยแนะนำวิธีการตรึงคนไปแล้ว เห็นบอกว่าจะจัดให้มีงานทุกเดือน ตลอดปี จะมีงานทุกเดือนก็มีไปครับ แต่นักท่องเที่ยวเขาไม่ได้ไปเที่ยวที่เราที่เดียวตลอดปีหรอกนะ ถ้าเราจัดงานแล้วมีแต่คนบ้านเรามาเที่ยวนี่ แทบไม่ต่างจากหยิบเงินจากกระเป๋าซ้ายมาใส่กระเป๋าขวา เงินมันไม่งอกเงยมาจากการท่องเที่ยว เพราะคนในพื้นที่เขาก็กิน ก็ใช้เป็นปกติอยู่แล้ว นอนเขาก็นอนบ้านเขา กินก็กลับไปกินที่บ้านเขา ใช้จ่ายก็เป็นปกติ จัดงานหรือไม่จัดเขาก็ใช้ ก็กินแค่นั้น แต่ที่เราต้องการคือเงินจากนักท่องเที่ยวต่างถิ่น ที่เขาจะเอาเงินมาใช้ในบ้านเรา

                      อย่าลืมว่านักท่องเที่ยวเขามีสิทธิที่จะเลือกเที่ยวได้อีกตั้ง 76 จังหวัด แถมมีเมืองนอกมาแบ่งตลาดไปอีก แล้วช่วงที่คนจะเที่ยวหนักๆคือ ช่วงวันหยุด 5 ธันวา กับช่วงปีใหม่ ถ้าภาคเหนือไม่รีบปรับกลยุทธ ปรับภาพลักษณ์ให้เป็นดังแต่ก่อน จะสูญเสียตลาดไป เพราะช่วงนั้น ทะเลอันดามันก็เป็นช่วงที่สวยพอดี ตั้งแต่ระนองไปจนถึงสตูล สวยหมด น้ำตก ภูเขา ทะเล เขามีครบเครื่อง อย่าปล่อยให้ภาคใต้รับนักท่องเที่ยวอยู่ภาคเดียว ต้องรีบเตรียมตัวมองข้างหน้า อย่ามัวแต่เย้วๆใครมาก็ไล่ ใครมาก็ตี เอะอะก็ปิดถนน ขายอะไรไม่ได้ก็ปิดถนน แบบนี้นักท่องเที่ยวจะหายหมด ต้องช่วยกันสร้างบรรยากาศ

                       บางทีคนในแพร่อาจจะเส้นผมบังภูเขา วันนี้เลยขออาสามาแนะแพร่ ให้ออกสู้ศึกในการท่องเที่ยวสักที ทำไม่ทำก็แล้วแต่บุญแต่กรรมของคนแพร่เถอะครับ

ความเห็น

  1. เที่ยวไหนดี พูดว่า:

    ติดตามมาอ่าน ขอบคุณที่แบ่งปัน ภาพสวย และเนื้อหาดีๆ ครับ

Translate »